หลายคนคงสงสัยแล้วสิว่า แท่งดินสอธรรมดา ๆ นั้นจะเปลี่ยนให้เป็นห้องสมุดได้อย่างไร คำตอบก็คือเป็นโครงการระดมทุนเพื่อสร้างห้องสมุดสองชั้นให้กับโรงเรียนศูนย์ปางมะผ้า จังหวัดแม่ฮ่องสอนนั้นเอง ด้วยการขายดินสอจำนวนสี่หมื่นแท่งในราคาแท่งละ 10 บาท ซึ่งโครงการนี้ได้ร่วมมือกันหลายหน่วยงาน
อาทิ คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สมาคมเรือเยาวชนเอเชียอาคเนย์แห่งประเทศไทย สำนักส่งเสริมสวัสดิการและพิทักษ์เด็ก เยาวชน ผู้ด้อยโอกาส คนพิการ และผู้สูงอายุ (สท.) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการเสริมสร้างพัฒนาโรงเรียนที่ห่างไกลความเจริญ และเด็กด้อยโอกาส เพื่อให้พวกเขาได้มีแหล่งค้นคว้าหาความรู้ที่ดีและเหมาะสม นอกจากนี้เพื่อให้เยาวชนอาสาสมัครได้มีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมเพื่อสังคม
สาเหตุว่าทำไมต้องเป็นดินสอ เพราะดินสอถือว่าเป็นสัญลักษณ์ของการเรียนรู้ แสดงถึงพลังของกลุ่มคนเล็ก ๆ ที่สามารถเปลี่ยนแปลงสังคมได้ โดยเริ่มจากสิ่งเล็ก ๆ ที่อยู่ใกล้ ๆ ตัว ถ้าได้มีการขยายความคิดโดยการสร้างความร่วมมือกับผู้อื่น ก็จะสามารถทำดี ๆ ให้เกิดขึ้นมาได้เช่นเดียวกับดินสอที่เป็นของใกล้ตัวที่เราหยิบจับได้ตลอดเวลานั่นเอง
โดยแนวคิดนั้นเกิดจากการที่นิสิตระดับปริญญาโท คณะนิเทศศาสตร์ ของจุฬาฯ ได้จัดกิจกรรมอาสา-สมัครเพื่อพัฒนาชุมชนขึ้นที่โรงเรียนศูนย์ปางมะผ้าในโครงการพระราชดำริ อำเภอปางมะผ้า จังหวัดแม่ฮ่องสอน ขึ้นสองครั้งเป็นโครงการรักบ้านเกิด ซึ่งเป็นเป็นกิจกรรมที่พัฒนาชุมชนให้ความรู้กับความบันเทิงแก่กลุ่มเยาวชนด้อยโอกาส และปลูกฝังทัศนคติค่านิยมให้พวกเขาได้ใฝ่รู้ ได้พัฒนาคุณภาพชีวิตและรักในถิ่นกำเนิด ซึ่งหลังจากโครงการสำเร็จเสร็จสิ้น ทำให้นิสิตเหล่านี้ซึ่งต่างเป็นตัวแทนเยาวชนไทยเข้าร่วมงานกับสมาคมเรือเยาวชนเอเชีย-อาคเนย์ทราบว่า ทางโรงเรียนมีความต้องการห้องสมุดอย่างมาก เพราะปัจจุบันได้ใช้ห้องพักครูและห้องนักเรียนอนุบาลเป็นห้องสมุดชั่วคราว จึงเกิดแนวคิดว่าต้องการที่จะตอบสนองความต้องการของชุมชนและสถานศึกษา เพราะห้องสมุดนั้นเป็นสถานที่สำคัญมากเพราะเป็นแหล่งรวบรวมคลังความรู้ที่นักเรียนสามารถใช้ศึกษาได้ตลอดเวลา จึงเกิดความปรารถนาที่จะสานต่อความต้องการของโรงเรียนให้เป็นรูปธรรมและเสนอแนวทางจัดหาทุนในการก่อสร้างอาคารห้องสมุดต่อมา จึงเกิดเป็นโครงการ "เปลี่ยนดินสอให้เป็นห้องสมุด" ขึ้น
ส่วนการริเริ่มระดมทุนโดยการจัดจ้างองค์กรภาครัฐหรือภาคเอกชนสนับสนุนในการผลิตดินสอที่มีเอก-ลักษณ์เฉพาะตัวแล้วนำดินสอดังกล่าวขายในราคาแท่งละ 10 บาท โดยรายได้จากการจำหน่ายจะสมทบทุนในการก่อสร้างอาคารห้องสมุดดังกล่าวซึ่งมีค่าใช้จ่ายประมาณ 40,000 บาท นำไปสร้างอาคารห้องสมุด 1 หลังเป็นอาคารคอนกรีต 2 ชั้น โดยชั้นบนเป็นจะพื้นที่ไว้แสดงนิทรรศการความรู้เกี่ยวกับชาวเขาและเป็นสถานที่ประทับของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องจากพระองค์ทรงเสด็จฯ เยี่ยมโรงเรียนบ่อยครั้ง นายพิชิต ธิอิ่น ผู้อำนวยการโครงการฯ กล่าวว่า "โครงการที่เกิดขึ้นนี้มิได้ต้องการให้เป็นการระดมทุนจากหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งเท่านั้น เนื่องจากความต้องการหรือเป้าหมายของการระดมทุนครั้งนี้คืออยากเห็นความร่วมมือของทุกภาคส่วนที่มีเป้าหมายสูงสุดคือการรณรงค์สร้างสรรค์สังคมไทยให้ได้รับการพัฒนาที่ต่อเนื่องและสมบูรณ์ และจากการร่วมมือในครั้งนี้ก่อให้เกิดพันธมิตรในการดำเนินโครงการเพิ่มขึ้น แต่ขณะเดียวกันหากมีหน่วยงานหรือองค์กรใดสนใจในการให้ความร่วมมือและสนับสนุนโครงการ คณะผู้บริหารก็มีความยินดีและตอบรับในการยื่นข้อเสนอ
ส่วนการขายดินสอก็จะมีการขายทางเว็บไซต์ให้สมาชิกโครงการเรือเยาวชนเอเชียอาคเนย์ ได้ช่วยกันซื้อ นอกจากนั้นก็จะมีการตระเวนออกไปขายตามสถานที่ต่าง ๆ เพื่อรวบรวมเงินที่ได้ทั้งหมดไปมอบให้กับโรงเรียนฯ เพื่อจัดสร้างเป็นห้องสมุดให้ได้ภายในสิ้นปี 2552 นี้
นิตยสารการศึกษาอัพเกรด ฉบับ 118

| < ย้อนกลับ | ถัดไป > |
|---|














