ดาวเด่นฉบับนี้ เป็นหนึ่งในนักแสดงรุ่นเยาว์ที่มีผลงานทางจอเงินที่โด่งดังในไม่กี่เดือนที่ผ่านมา เก้า จิรายุ ละอองมณี เป็นหนึ่งในดารานำหนังผีเรื่อง 5 แพร่ง ภาพยนตร์ที่ใครๆ ดูแล้วอดทึ่งไม่ได้ในความสามารถของ เก้า จิรายุ เพราะฝีมือการแสดงที่พัฒนา ทำให้คนดูอินกับบทละครเรื่องนั้นๆ ไปด้วย
ไม่เพียงเท่านี้ เก้า จิรายุ จะยังมีหน้าหล่อเหลา คิ้วคม ตาเข้ม ปากนิด จมูกโด่งเป็นสัน ทำเอาสาวๆ บรรดาแฟนคลับทั้งหลายปลื้ม ตามไปให้กำลังใจถึงสถานที่ที่เก้า จิรายุไปโชว์ตัวในทุกครั้ง แหม! หนุ่มน้อยอนาคตไกลคนนี้ ถ้าทางทีมงานการศึกษาอัพเกรดจะไม่ขอสัมภาษณ์ ก็เห็นเป็นจะไม่ได้ ต้องรีบไปรู้จักกับเก้า จิรายุ ให้มากขึ้นกว่านี้ซะแล้ว
จิรายุ ละอองมณี หรือชื่อเล่น เก้า นักแสดงเด็กที่เข้าวงการบันเทิงตั้งแต่อายุ 7 ขวบ ด้วยผลงานแรกคือ ถ่ายโฆษณาเฟอร์นิเจอร์ หลังจากนั้นก็แสดงผลงานทางจอแก้วที่ผ่านตาหลายเรื่อง อาทิเช่น ละครเรื่อง หลวงตา, ผีขี้เหงา, ละครสั้นชุด "แดนพิศวง", เทวดาเดินดิน, แม่เลี้ยงคนใหม่, บ้านสีขาวกับดาวดวงเดิม, เทพสามฤดู, แก้วตาพี่ ฯลฯ และผลงานทางจอเงิน ได้แก่ BitterSweet BoydPod The Short Film, รักแห่งสยาม, พระนเรศวรมหาราช และ 5 แพร่ง นอกจากนี้ยังมีผลงานด้านเพลง คือออกอัลบั้ม ID Kids สังกัดค่าย RS
น้องเก้าเล่าให้ทีมงานฟังว่า "ผมเกิดที่ระยอง อยู่ระยองได้สักประมาณ 2 ขวบกว่าก็ย้ายขึ้นมากรุงเทพฯ มาอยู่และเรียนที่โรงเรียนอมาตยกุลตั้งแต่ชั้นอนุบาลจนถึงปัจจุบัน ซึ่งปัจจุบันอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 แล้ว ด้านครอบครัว คุณพ่อเป็นทหารอากาศ คุณแม่ตอนนี้เป็นผู้จัดการส่วนตัวคอยดูแลเรื่องเรียนควบคู่ไปกับการทำงานให้ผม" น้องเก้ายิ้มเมื่อพูดถึงคุณพ่อและคุณแม่ "ถึงผมเป็นเป็นลูกคนเดียว ผมก็ไม่รู้สึกเหงา เพราะวันๆ ไม่ว่างเลย มีเรียนและก็ทำงานตลอด บางเวลางานถึงจะมาก แต่ผมก็ยังให้การเรียนเป็นที่หนึ่งเสมอ"
ด้านชีวิตการเรียน เก้าเล่าว่า "โรงเรียนที่เรียนอยู่ปัจจุบันนี้ ผมเรียนมาตั้งแต่อนุบาลเพราะว่า หนึ่ง ใกล้บ้าน สอง คุณแม่ผมชอบเพราะสังคมข้างในโรงเรียนเป็นกันเอง อบอุ่น ดูแลนักเรียนแบบเอาใจใส่ ประมาณว่าเด็กนักเรียนยังน้อยอยู่ ไม่ใช่น้อยมากแต่ก็ไม่มากเท่าโรงเรียนรัฐบาล ชื่อเสียงโรงเรียนอมาตยกุลก็ดี ค่าเทอมไม่แพง ตอนแรกคุณแม่ผมให้เข้าโรงเรียนนี้ก็เพราะเหตุผลนี้ พอผมโตขึ้นรู้อะไรเป็นอะไรก็คิดว่า เออ ใช่แฮะ ดีแบบที่คุณแม่บอกจริงๆ ผมเลยเรียนแล้วมีความสุข ที่โรงเรียนนี้เด็กนักเรียนเอนทรานซ์ได้ทุกคน โรงเรียนเขาทำบรรยากาศให้เด็กนักเรียนมัธยมปลายคิดว่าต้องตั้งใจเรียนนะ เพื่อจะได้เข้ามหาวิทยาลัยได้ ปลูกฝังความคิดแบบไม่บังคับ ให้เด็กคิดได้เองเพราะจะได้เรียนแบบไม่ทรมาน ไม่เครียดว่า ต้องเข้ามหาวิทยาลัยได้ ถ้าเข้าไม่ได้จะไม่ดี อะไรประมาณนั้นครับ ซึ่งรุ่นพี่ของผมก็ทำตัวดีไม่เหลวไหลเป็นตัวอย่างที่ดีให้รุ่นน้องๆ ผมดูแบบนั้นก็เลยมั่นใจเลยว่าโรงเรียนที่ผมอยู่โอเคมากๆ"
น้องเก้าเล่าต่อว่า "ส่วนบรรยากาศภายในโรงเรียนรู้สึกว่าเป็นโรงเรียนที่เรียนแล้วให้ความเป็นกันเอง อบอุ่นไม่หวือหวา เป็นอะไรที่ทำแบบพอเพียงตามแบบฉบับในหลวง อย่างเช่น อาหารของนักเรียนในโรงเรียน ทางโรงเรียนก็ทำให้พอกิน พอกับนักเรียนในโรงเรียนทุกคนใม่มากไปจนเหลือทิ้ง ไม่น้อยไปจนนักเรียนไม่พอกิน ส่วนเพื่อนๆ ที่รู้จักกันตั้งแต่เข้าโรงเรียนมาจนถึงปัจจุบันก็เป็นมิตร แต่ละคนไม่ถือตัว คุยกันได้อยู่ด้วยไม่อึดอัด คุณครูก็ให้การดูแลดี สอนดีไม่ใช่แต่ในวิชาเรียนเท่านั้น แต่จะสอนในเรื่องการใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันในสังคม กับคนอื่นๆ ที่ต้องเจอะเจอในทุกๆ วัน ให้มีความสุขเป็นอย่างไรโดยจะใช้หลักธรรมะเข้าผนวกด้วย ใช้วิธีการสอนแบบยกตัวอย่างขึ้นมาทำให้เด็กนักเรียนเข้าใจสามารถนำไปปฏิบัติได้ง่ายและถูกต้อง"
"รูปแบบการเรียนการสอนในโรงเรียนจะสอนแบบ Child Center คือสอนแบบจะเริ่มจากตัวเด็ก เด็กชอบอยากทำอะไรก็ตามใจให้เล่นไปตามวัย ไม่ซีเรียสในการเรียนมากเพราะอยู่ในวัยเด็กอยู่อยากให้เล่นตามวัย เด็กมีอิสระในการคิดไม่อยู่ในกรอบทำให้เด็กมีจินตนาการตามวัย ร่างกายจิตใจแข็งแรงและมีความสุข พอถึงวัยที่จะเรียนรู้เขาจะเรียนรู้ได้ดีมาก ซึ่งรูปแบการเรียนการสอนนี้จะชัดมากที่ตัวน้องเก้าเพราะตอนเก้าเข้าโรงเรียนอมาตยกุลใหม่ๆ ขณะนั้นก็ประมาณ 2 ขวบครึ่ง ทางโรงเรียนบอกว่าจะไม่สอนเด็กอะไรมากมายนะเน้นให้เล่นอย่างเดียวเพราะเน้นว่าเด็ก ถ้ามีพัฒนาการไปตามวัยแล้วก็จะมีร่างกาย จิตใจแข็งแรง เมื่อมีร่างกาย จิตใจที่แข็งแรงแล้ว สมองที่ดีก็จะตามมา" คุณแม่น้องเก้าเล่าเสริม
การเตรียมตัวในการเรียนก็เป็นสิ่งสำคัญ น้องเก้าบอกว่า "สำหรับผมการเตรียมตัวในการเรียนก็เป็นสิ่งสำคัญมากครับเพราะจะได้ทำให้การเรียนและการทำงานมีประสิทธิภาพควบคู่ไปพร้อมกันได้ ก่อนอื่นผมอยากบอกว่าผมไม่รับงานเยอะมากไปที่ทำให้ไม่ได้ไปโรงเรียน พยายามรับงานที่ทำเสาร์ อาทิตย์ได้จะได้มีเวลาเรียนเต็มวันจันทร์ถึงศุกร์เหมือนเพื่อนๆ แต่พอทำงานเสาร์ อาทิตย์ก็มีข้อเสียคือ ทำให้ไม่ได้เที่ยวตอนเสาร์ อาทิตย์เหมือนเพื่อนคนอื่นๆ แต่ผมก็ปรับตัวนะ จนชินว่าพอเสาร์ อาทิตย์ไหนที่ไม่มีงานจริงๆ ว่างๆ ก็ไม่ไปเที่ยวนอกบ้านซะงั้น อยู่บ้านดีกว่า ตอนนี้เวลาว่างเลยชอบอยู่บ้าน อ่านหนังสือ ฟังเพลง เล่นกีตาร์ เล่นฟุตบอล ถ้าคุณแม่มีธุระข้างนอกบ้าน บางทีก็จะออกไปกับคุณแม่
"แต่ถ้ามีงานเข้ามาอาจจะต้องมีการหยุดเรียนบ้าง การเตรียมตัวสอบนะเหรอ (หัวเราะ) ผมอยากบอกว่าหนังสือไม่ค่อยได้อ่านก่อน แต่ผมจะอ่านตอนใกล้สอบรวดเดียวเลย มีข้อดีอยู่ว่าจำอะไรได้เร็ว อ่านปุ๊บจำปั๊บเข้าสมอง แต่พอสอบเสร็จไม่ต้องห่วงลืมเกลี้ยง (หัวเราะ)"
พอทางทีมงานถามต่อเรื่องในอนาคตอยากเป็นอะไร น้องเก้าตอบว่า "เรื่องตอนเด็กๆ ฝันอยากเป็นอะไรเหรอ อืม หลายอย่างครับ อยากเป็นตั้งแต่มอเตอร์ไซต์รับจ้างจนถึงนักบิน ไม่ชอบทำอะไรซ้ำๆเหมือนพนักงานบริษัท แต่ปัจจุบันอยากเปิดร้านทำธุรกิจส่วนตัวภายในครอบครัวแล้วครับ"
คติประจำใจของน้องเก้า "จงยอมแพ้คนเพื่อเอาชนะกิเลส แต่จงอย่ายอมแพ้กิเลสเพื่อเอาชนะคน" อดทนกับทุกสิ่งที่ผ่านเข้ามากระทบจิตใจเรา อดทนไว้ ผมเชื่อว่าถ้าเราสามารถผ่านเหตุการณ์เลวร้ายต่างๆ เหล่านั้นไปได้ก็จะดี เพราะก็มีเหมือนกันที่บางเวลามีคนไม่เข้าใจเรา ไม่เข้าใจกับการทำงานของเราแล้วพูดทำให้เราไม่สบายใจ ผมรู้นะว่าคนบางคนที่เขาพูดไม่ดีกับผม บางทีเขาไม่ได้คิดหรอกว่า มันทำร้ายจิตใจเรา ดังนั้นการฝึกอดทน ใจเย็นไว้จะทำให้เราควบคุมสติได้ ไม่ไปทำร้ายคนอื่นตอบ
สุดท้ายเก้า จิรายุ ก็ยังฝากข้อคิดเกี่ยวกับการศึกษาว่า "การศึกษาเป็นรากฐานที่ดีของชีวิต บางคนยังไม่คิดว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร เราจะทำอะไรเพื่อแบ่งเบาภาระครอบครัวได้มากน้อยแค่ไหน แต่ขอให้คิดว่าการศึกษานี่แหละจะเป็นความรู้เหมือนขุมทรัพย์แห่งเงินทองที่เราสามารถสะสมไว้ ทำให้มีอนาคต ส่วนเงินทองที่มีอยู้แม้จะมีมากก็เป็นของนอกกาย ใช้แล้วหมดไป ไม่เหมือนการศึกษาที่จะมีอยู่ในหัวเราตลอด ติดตัวเราไป สามารถนำความรู้ออกมาหาเงินทองได้"
เป็นไงล่ะคะ น้องๆ และผู้อ่านคงจะได้รู้จักน้องเก้าในด้านการศึกษาของหนุ่มน้อยคนนี้มากขึ้นที่นอกเหนือจากบทบาทด้านการแสดงละคร ยังไงทีมงานการศึกษาจากนิตยสารการศึกษาอัพเกรดก็ขอเป็นกำลังใจให้ประสบความสำเร็จด้านการเรียนและการแสดงยิ่งๆ ขึ้นไปนะคะ
นิตยสารการศึกษาอัพเกรด ฉบับ 134

นายเป็นใคร .......เก้า.........เรารู้จักกันไหม
ทำไมนาย ถึงมาแอบยิ้มให้เราตลอดเลยล่ะ (ในรูป)
งานหนักมากไหมที่โรงเรียนน่ะ (การบ้านเยอะ)
ให้เราช่วยทำการบ้านให้ไหม
เราเก่งนะ (4.00) รู้นะว่าไม่เชื่อแต่เป็นเรื่องจริง
เรียนอยู่ ม.3 เหมือนกันเลยนะ (อยากเกิดปีเดียวกันกับเราเอง)
I DON'T CARE BUT I LOVE.........
ร๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
กกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
กกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
กกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
กกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
กกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
มากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
กกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
กกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
รักตอลดไปปปปปปปปปปปปปปปปปปปปปปปปปปปปปปปป
ปปปปปปปปปปปปปปปปปปปปปปปปปปปป
ปปปปปปปปปปปปปปปปปปปปปปปปปป
ปปปปปปปปปปปปปปปปปปป
ปปปปปปปปปปปปปปปปป
ปปปปปปปปปปปป
ปปป
เปงห่วง ห่วงใย เอาใจ ทุกที ที่อยู่ห่างกันนนนนนนนนนนนนนนนน
นนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนน
นนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนน
นนนนนนนนนนนนนนนนนนนน
น
พี่เก้าค่ะ หนูก้อแค่พิมพ์เล่นๆ ไม่รู้ว่าพี่เก้าจะได้อ่านมันหรือป่าวนะ หนูเคยคิดว่าโตขึ้นมาอยากเปงนักแสดงเหมือนพี่เก้าบ้าง แต่คงเปงได้แค่ฝัน จิงป่ะค่ะ
หนูเปงรุ่นน้องพี่แค่ปีเดียวเอง หนูอายุสิบสามย้างสิบสี่เองค่ะ
บะบายนะค่ะพี่เก้า ที่เปงทีรักของทุกคนทั้งประเทศ
จากboyคนเดิมนี่แหละ ยังไม่หมดหรอกนะเก้า เราไม่รู้ว่านายจะได้อ่านรึปล่าว แต่เราอยากติดต่อนายได้จริงๆนะ ตอนนี้เราเรียนอยู่ม.3เหมือนกันอยู่ม.3/...นะ เรียนอยู่ ภ.มในจ.ขอนแก่น การเรียนเราก็พอไปได้นะ รู้ข่าวว่าเก้าเล่นกีตาร์เก่ง เราเองก็เล่นแซ็กโซโฟนเก่งเหมือนกัน ถ้าเก้าอ่านแล้วติดต่อกลับได้ที่เบอร์0801828912นะ ถ้าเก้าอ่านแล้วอย่าลืมโทรมาเล่นกับเราด้วยละ 
| < ย้อนกลับ | ถัดไป > |
|---|





















