สาวเก่งนิสิตสาขาเกาหลีศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
การศึกษาวัฒนธรรมในภาคพื้นเอเชียปัจจุบันเป็นการศึกษาที่ได้รับความสนใจเป็นอย่างมากซึ่งอาจจะพอ ๆ กับการศึกษาในอเมริกา และในยุโรปก็ว่าได้ ประเทศในแถบเอเชียในปัจจุบันที่ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากประเทศไทยบ้านเรา คงจะหนีไม่พ้น ประเทศเกาหลี ญี่ปุ่น จีน ไต้หวัน ฮ่องกง เพราะประเทศเหล่านี้เป็นประเทศที่ถือได้ว่ามีการก้าวล้ำและเป็นผู้นำแห่งนวัตกรรมที่ทันสมัยไม่ว่าจะเป็นด้านเทคโนโลยี ด้านวิทยาศาสตร์ ด้านแฟชั่นเสื้อผ้า หน้า ผม ด้านการบันเทิง และอื่นๆ อีกหลายอย่าง การศึกษาวัฒนธรรมของประเทศเหล่านี้ไม่เพียงแต่จะได้ภาษาที่พูด ฟัง อ่าน เขียนได้หมือนเจ้าของประเทศเท่านั้น แต่ยังได้เรียนรู้วัฒนธรรม ประเพณี ข้อมูลพื้นฐานของประเทศนั้นๆ และนิสัยใจคอพื้นฐานของคนในประเทศนั้นๆ อีกด้วย
ดาวเด่นฉบับนี้น่ารัก เสียงใส ยิ้มสวย เป็นนิสิตปริญญาโทสาขาเกาหลีศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พรรณวิภา ชมภูงาม หรือเจี๊ยบ ตอนนี้กำลังศึกษาอยู่เป็นเทอมสุดท้ายและมีการเรียนที่ดีเยี่ยม โดยทำเกรดเฉลี่ยรวม (GPAX) 3.88
เจี๊ยบเล่าให้ทีมงานการศึกษาอัพเกรดว่า "เดิมเกิดที่จังหวัดลำปาง คนในครอบครัวมี 4 คน เป็นคนจังหวัดลำปางทั้งหมด แต่อาศัยอยู่ที่จังหวัดกาญจนบุรี (เพราะว่าคุณพ่อรับราชการทหารค่ะเลยโตมาที่จังหวัดกาญจนบุรี) คุณแม่เป็นแม่บ้าน มีพี่สาว 1 คนทำงานบริษัทเอกชน ด้านการศึกษาเจี๊ยบจบโรงเรียนมัธยมปลายจากโรงเรียนสตรีกาญจนานุเคราะห์ สายอังกฤษ- ฝรั่งเศส จากนั้นก็เข้ามาเรียนในระดับอุดมศึกษาที่มหาวิทยาลัยศรีปทุม คณะศิลปศาสตร์ เอกอังกฤษสื่อสารธุรกิจ วิชาโทภาษาญี่ปุ่น ได้เกรียตินิยมอันดับหนึ่งเพราะมีเกรดเฉลี่ยรวม 3.56 และในระดับปริญญาโท เจี๊ยบเรียนที่คณะศิลปศาสตร์ สาขาเกาหลีศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตอนนี้อยู่ปีสุดท้ายแล้วกำลังทำภาคนิพนธ์อยู่ค่ะ ตอนนี้เกรดเฉลี่ยเทอมสุดท้ายอยู่ที่ 3.88"
ด้านการเรียนถือว่าเก่งมากเลยค่ะ เพราะการเรียนปริญญาโทให้ได้เกรดเฉลี่ยสูงๆ นั้น ไม่ง่ายเลยทีเดียว นอกจากนี้เจี๊ยบยังมีความสามารถพิเศษด้านรำไทย และเต้นลีลาศอีกด้วย
สาเหตุที่เลือกเรียนในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย "จุฬาลงกรณ์เป็นมาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงและเป็นอันดับหนึ่งของประเทศไทย อันนี้ทุกๆคนคงทราบดี แต่การที่เจี๊ยบได้เข้ามาเรียนในคณะนี้จะประทับใจในคณาจารย์และเพื่อนมากที่สุดค่ะ เพราะอาจารย์ทุกท่านที่มาสอนในคณะนี้จะเป็นอาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิทั้งชาวไทยและชาวเกาหลี และก็เพื่อนๆรุ่นน้องที่คณะนี้ก็น่ารักกันทุกคนทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติค่ะ"
เจี๊ยบเล่าต่อว่า "ที่จุฬา ในคณะที่เรียนอยู่นี้จะถูกสอนด้วยคณาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิจากหลากหลายคณะมากค่ะเพราะต้องเรียนทุกอย่างเกี่ยวกับเกาหลี (ก็เกาหลีศึกษานี่ค่ะ) ทางด้านภาษา ก็จะเป็นอาจาย์จากคณะอักษรศาสตร์ ภาษาเกาหลี ทางด้านเศรษฐกิจก็จะเป็นอาจารย์จากคณะ เศรษฐศาสตร์ ทางด้านการเมือง การปกครองความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ก็จะเป็นอาจารย์จากคณะรัฐศาสตร์ ค่ะ ส่วนในคณะศิลปศาสตร์ สาขาเกาหลีศึกษานี้ จะต้องเรียนภาษาเกาหลีก่อนด้วยค่ะเพราะต้องไปเรียนหนึ่งเทอมที่เกาหลี ที่ Seoul University ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยแห่งชาติอันดับหนึ่งของเกาหลีใต้ ที่สนใจที่เข้าคณะนี้ก็เพราะว่า ตนเองสนใจที่เรียนภาษาเกาหลีอยู่แล้วค่ะ และก็กอรปกับที่ตนเองสอบ CU-TEP ผ่านด้วยก็เลยเข้ามาเรียนค่ะ"
"จุดเด่นของสาขาที่เรียนในคณะนี้ คือวิชาที่เรียนในสาขาไม่ได้ให้ความรู้เกี่ยวกับเกาหลีอย่างเดียวนะคะ เพราะจะเรียนเชื่อมโยงไปถึงสหรัฐอเมริกาด้วยเพราะว่าสหรัฐอเมริกากับเกาหลีมีความเกี่ยวข้องกันตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่สองแล้วค่ะ และยังเชื่อมโยงไปถึง จีน และญี่ปุ่นด้วยที่ผู้ศึกษาจะต้องรู้เพราะว่า สาม ประเทศนี้มีประวัติศาสตร์มาร่วมกันค่ะ ไม่เพียงเท่านั้นเรายังจะต้องศึกษาเปรียบเทียบกับประเทศไทยของเราเองด้วยเพราะประเทศไทยกับเกาหลี ไม่ว่าจะเป็นเกาหลีเหนือหรือเกาหลีใต้ ก็มีความเกี่ยวข้องกันทั้งหมดค่ะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางด้านเศรษฐกิจ หรือ กลุ่ม อาเซียน "
เมื่อถามถึงชีวิตด้านการศึกษาเป็นอย่างไรบ้าง ในระดับปริญญาตรีแตกต่างจากระดับปริญญาโทอย่างไร เจี๊ยบบอกว่า "ชีวิตในระดับปริญญาโทกับปริญญาตรีแตกต่างกันมากค่ะ ปริญญาตรีจะไม่ต้องคร่ำเคร่งกับการอ่านหนังสือเป็นภูเขาเลากาสักเท่าไหร่นัก สามารถที่จะอ่านได้เรื่อยๆ แต่กับปริญญาโทที่จุฬา นี้ผิดกันเลย และเป็นระบบนานาชาติด้วยจะต้องอ่านหนังสือมากเพื่อที่จะมา discuss กับอาจารย์ในห้องค่ะ ในระบบนานาชาติก็จะเรียนเป็นภาษาอังกฤษและพูดภาษาอังกฤษในห้องซะส่วนใหญ่ จะใช้การเรียนการสอนแบบมีนักเรียนเป็นศูนย์กลางค่ะ อาจารย์ก็จะโยนหนังสือมาให้แล้วก็ให้อ่าน และเวลาเข้าห้องก็ต้องมีคำถามมาถามอาจารย์ เสนอความคิดเห็นของตัวเองว่าสิ่งที่อ่านมามีความคิดเห็นเป็นอย่างไร ค่อนข้างเหนื่อยมากและมีเวลาจำกัด และโดยเฉพาะอย่างยิ่งค่ะ ตอนนี้เทอมสุดท้ายแล้ว ภาคนิพนธ์ก็ต้องเหนื่อยเป็นสองเท่า แต่ก็สู้สู้ค่ะ"
"การเตรียมตัวในการเรียนก็อย่างที่ได้กล่าวมาแล้วว่าจะต้องอ่านหนังสือค่อนข้างเยอะ ดังนั้นก็ต้องพยายามอ่านหนังสือทบทวนหลังเลิกเรียน และก็เรื่องที่จะเรียนในคาบต่อไป และพยายามเข้าห้องเรียน อย่าขาด หรืออย่าสาย เพราะอาจาย์ส่วนใหญ่ที่มาสอนก็มาจาก Seoul University ค่ะ (แต่ก็จะใช้อาจารย์ชาวไทยร่วมสอนด้วยบางรายวิชา) อาจารย์จะค่อนข้าง strict กับการเข้าห้องเรียนของนักเรียนมากค่ะ ตอนอยู่ที่ Seoul ก็เหมือนกันค่ะ ถ้าขาดเรียนหรือสายโดยที่ไม่ได้แจ้งเหตุผลล่วงหน้าจะถูกตัดคะแนนทันทีเลยค่ะ และก็ที่สำคัญพยายามมีส่วนร่วมในการตอบคำถามของอาจารย์ในห้องเรียนหรือสักถามข้อสงสัยต่างๆที่เราฟังหรืออ่านแล้วไม่เข้าใจหรืออยากที่จะรู้มากกว่านั้น เพราะว่ามันมีประโยชน์ต่อตัวเราเองและเพื่อนในห้องด้วยค่ะ"
จบปริญญาโทแล้วเจี๊ยบก็อยากจะไปศึกษาต่อในระดับปริญญาเอก (ถ้ามีโอกาส) แต่อยากจะทำงานในกระทรวงต่างประเทศมากว่า ถ้าสามารถสอบเข้าได้
สุดท้ายนี้ เจี๊ยบได้ฝากถึงผู้อ่านที่สนใจอยากเรียนภาษาเกาหลีว่า "ก็อยากฝากถึงเพื่อน พี่น้องที่สนใจเรียนเกาหลีศึกษา ก็สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่บัณฑิตวิทยาลัยจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หรือ เว็ปไซต์ของคณะค่ะ และสุดท้ายนี้ก็ขอให้เพื่อนพี่ น้องๆที่อ่านอยู่ ก้าวไปให้ถึงสิ่งที่ตนเองฝันไว้ทุกคนนะค่ะ"
นิตยสารการศึกษาอัพเกรด ฉบับ 135
| < ย้อนกลับ | ถัดไป > |
|---|



