คาด สพฐ.เปิดรับสมัครและสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในเดือนเมษายนนี้ โดยจะเร่งบรรจุให้ทันภายในเดือนพฤษภาคม เพื่อให้โรงเรียนมีครูก่อนเปิดเทอม เผยมีอัตราว่างบรรจุ 13,831 อัตรา
แบ่งเป็นอัตราว่างที่มาจาก "เออร์ลี่รีไทร์" 9,671 อัตรา จากเกษียณปกติ 4,160 อัตรา ย้ำต้องขอความเห็นชอบใช้อัตราบรรจุครูต่ อ.ก.พ. กระทรวงและ คปร.ก่อน "พิษณุ ตุลสุข" แจง การบรรจุครูครั้งนี้ ยังใช้หลักเกณฑ์ให้แต่ละเขตพื้นที่การศึกษาแบ่งอัตราครูที่ได้รับมาทั้งหมดในสัดส่วน 25% นำมาคัดเลือกครูที่เป็นพนักงานราชการ ครูอัตราจ้างซึ่งทำงานมา 3 ปีขึ้นไป ด้วยวิธีให้สอบแข่งขัน ส่วนอัตราครูในสัดส่วนที่เหลือ 75% ใช้วิธีสอบคัดเลือก โดยเรียกผู้ที่สอบได้และขึ้นบัญชีไว้มาบรรจุเป็นครู ซึ่งขณะนี้มี 2 บัญชี คือ.บัญชีผู้สอบได้เมื่อปี 2551 จำนวน 13,716 คน ได้รับการบรรจุไปแล้ว จำนวน 6,516 คน และบัญชีผู้สอบได้เมื่อปี 2552 จำนวน 18,962 คน ได้รับการบรรจุไปแล้ว 2,407 คน"
ตามที่ได้รายงานข่าวไปก่อนหน้านี้ว่า สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้ออกหนังสือด่วนที่สุด ที่ ศธ 04009/ ว 7986 ลงวันที่ 21 ตุลาคม 2552 ถึงสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทุกเขตและสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ โดยมีสาระสำคัญว่า ตามหนังสือสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่ ศธ 04009/ ว 6089 ลงวันที่ 20 สิงหาคม 2552 แจ้งให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ที่ อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษาดำเนินการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย ครั้งที่ 1/2550 ครั้งที่ 1/2551 และครั้งที่ 1/2552 รายงานการเรียกบรรจุผู้สอบแข่งขันได้ทุกครั้งที่มีการเรียกบรรจุเพิ่มเติมและสำหรับสำนักงานเขตพั้นที่การศึกษาเจ้าของตำแหน่งว่าง ให้รายงานจำนวนผู้ได้รับการบรรจุ โดยจำแนกเป็นรายเดือน (คราวละ 4 เดือน) ตามแบบรายงานจำนวนผู้ได้รับการบรรจุและแต่งตั้งเป็นข้าราชการครู ตำแหน่งครูผู้ช่วย ไปให้สำนกงานตณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ทราบภายในวันที่ 15 ตุลาคม 2552 รายละเอียดแจ้งแล้วนั้น เนื่องจากบัญชี อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษาในการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย ครั้งที่ 1/2550 ครบกำหนดขึ้นบัญชี 2 ปี ในเดือนกันยายน 2552 แล้วและประกอบกับมีสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาบางแห่งแจ้งว่า ขณะนี้มีตำแหน่งว่างเป็นจำนวนมาก ไม่ประสงค์จะขอใช้บัญชีผู้สอบแข่งขันได้จาก อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษาอื่น เนื่องจากการดำเนินการล่าช้าและบางส่วนสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาแจ้งว่า ไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้บัญชีผู้สอบแข่งขันได้จาก อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษาเจ้าของบัญชี
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานพิจารณาแล้ว สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาใดที่มีตำแหน่งว่างจำนวนมาก และประสงค์จะดำเนินการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชกาเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วยในขณะนี้ หากมีจำนวนสำนักงานขตพื้นที่การศึกษาที่ประสงค์จะสอบแข่งขันมากพอสมควร สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน อาจพิจารณาจัดสรรงบประมาณสนัคบสนุนในการดำเนินการสอบ พร้อมกำหนดวัน เวลา ในการดำเนินการสอบพร้อมกันทุกเขต โดยขอให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษากรอกข้อมูลแสดงความประสงค์หรือไม่ประสงค์ที่จะดำเนินการสอบแข่งขันฯ แล้วส่งไปยังสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ภายในวันที่ 30 ตุลาคม 2552
ดร.ชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวภายหลังการประชุมผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการกศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) ว่า ที่ประชุมมีการหารือถึงการสอบแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ในตำแหน่งครูผู้ช่วยในครั้งที่ 2/2552 ซึ่งขณะนี้มีเขตพื้นที่การศึกษาอย่างน้อย 28 เขต ที่มีอัตราว่างอยู่จำนวน 535 ตำแหน่ง ใน 33 กลุ่มวิชา ทั้งนี้ ที่ผ่านมามีการสอบแข่งขันและขึ้นบัญชีเพื่อรอการบรรจุอยู่แล้ว 2 บัญชี คือ ครั้งที่ 1/2551 ที่มีผู้ขึ้นบัญชีรอการบรรจุอยู่ 7,345 คน และจะครบกำหนดขึ้นบัญชี 2 ปีในเดือนพฤษภาคม 2553 นี้ ขณะที่อีกบัญชีในครั้งที่ 2/2552 มีผู้ขึ้นบัญชีรอการบรรจุอยู่จำนวน 16,660 คน และจะครบกำหนดในเดือนมิถุนายน 2554 นี้ ที่ประชุมจึงเห็นว่าทั้ง 2 บัญชีนี้ยังเพียงพอกับการที่หน่วยงานหรือโรงเรียนที่มีอัตรา ตำแหน่งว่างสามารถที่จะเรียกมาบรรจุได้ โดยไม่ส่งผลกระทบใดๆ
ทั้งนี้ คณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) จะมีการกำหนดให้การสอบบรรจุมีขึ้นปีละครั้งในเดือนเมษายน 2553 ซึ่งจะทำให้มีผู้สำเร็จการศึกษารุ่นจบใหม่สามารถเข้าสอบได้เช่นกัน อย่างไรก็ตามมีเสียงเรียกร้องมาจากโรงเรียนเอกชนว่า การสอบหลายครั้งเหมือนที่ผ่านมาโดยเฉพาะการสอบกลางปีมีผลกระทบอย่างมาก เนื่องจากครูจะลาออกมาเพื่อสอบเป็นข้าราชการ ดังนั้น เพื่อให้เกิดประโยชน์ในหลายฝ่ายและสอดคล้องกับหลักเกณฑ์ของ ก.ค.ศ.ที่จะออกมาในอนาคต ที่ประชุมจึงเห็นว่าจากเดิมที่มีการวางแผนให้จัดสอบในเดือนกุมภาพันธ์ 2553 ให้รอไปก่อน โดยมาสอบในเดือนเมษายนตามที่ ก.ค.ศ. กำหนด เพื่อให้เกิดผลดี ไม่ส่งผลต่อโรงเรียนเอกชนตามที่ร้องขอมา
ความคืบหน้าล่าสุด นายพิษณุ ตุลสุข ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาระบบบริหารงานบุคคลและนิติการ สำนักงานคณะกรรมการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เปิดเผยว่า ในปีนี้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพั้นฐาน (สพฐ.) มีอัตราบรรจุข้าราชการครู 13,831 อัตรา แบ่งเป็นอัตราว่างที่มาจากข้าราชการครูสังกัด สพฐ.ที่เกษียณอายุราชการก่อนกำหนด (เออร์ลี่รีไทร์) 9,671 อัตราและจากข้าราชการครูเกษียณปกติ 4,160 อัตรา อย่างไรก็ตาม อัตราครูในส่วนหลังนี้ จะต้องขอความเห็นชอบใช้อัตราบรรจุครูต่อคณะอนุกรรมการข้าราชการพลเรือน (อ.ก.พ. กระทรวง) ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และคณะกรรมการกำหนดเป้าหมายและนโยบายกำลังคนภาครัฐ (คปร.)
"การบรรจุครูครั้งนี้ ยังใช้หลักเกณฑ์ให้แต่ละเขตพื้นที่การศึกษาแบ่งอัตราครูที่ได้รับมาทั้งหมดในสัดส่วน 25% นำมาคัดเลือกครูที่เป็นพนักงานราชการ ครูอัตราจ้างซึ่งทำงานมา 3 ปีขึ้นไป ด้วยวิธีให้สอบแข่งขัน ส่วนอัตราครูในสัดส่วนที่เหลือ 75% ใช้วิธีสอบคัดเลือก โดยเรียกผู้ที่สอบได้และขึ้นบัญชีไว้มาบรรจุเป็นครู ซึ่งขณะนี้มี 2 บัญชี ได้แก่
- บัญชีผู้สอบได้เมื่อปี 2551 จำนวน 13,716 คน ได้รับการบรรจุไปแล้ว จำนวน 6,516 คน และ
- บัญชีผู้สอบได้เมื่อปี 2552 จำนวน 18,962 คน ได้รับการบรรจุไปแล้ว 2,407 คน"
ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาระบบบริหารงานบุคคลและนิติกร สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กล่าวว่า จากการที่สพฐ.ได้สำรวจความต้องการของเขตพื้นที่การศึกษา 28 เขต ซึ่งช่วง 2 ปีที่ผ่านมาไม่ได้ขอเปิดสอบครู พบว่า มีความต้องการใช้อัตราเปิดสอบครูรวมทั้งสิ้น 500 อัตรา เพื่อรองรับบัณฑิตครูที่เพิ่งจบใหม่และแก้ปัญหาขาดแคลนครู ทั้งนี้ หากมีการเปิดสอบบรรจุครูคาดว่าจะรับสมัครและสอบในเดือนเมษายนนี้ โดยจะเร่งบรรจุให้ทันภายในเดือนพฤษภาคม 2553 เพื่อให้โรงเรียนมีครูก่อนเปิดเทอม
หนังสือพิมพ์แหล่งงาน อัพกรด ฉบับ 359

| < ย้อนกลับ | ถัดไป > |
|---|











