การรับงานมาทำที่บ้านจัดอยู่ในกลุ่มแรงงานนอกระบบ นับเป็นส่วนหนึ่งของการประกอบอาชีพ เป็นงานที่ทำให้เกิดรายได้แก่ครอบครัว จึงมีหลายครอบครัวที่มีสมาชิกในครอบครัวเลือกที่จะรับงานมาทำที่บ้าน ประกอบกับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจที่เป็นอยู่ในขณะนี้ ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการผลิตและรูปแบบการจ้างงาน ทำให้มีผู้รับงานมาทำที่บ้านเพิ่มขึ้น และมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ข้อมูลสำนักงานสถิติแห่งชาติ (2551) ได้ดำเนินการสำรวจแรงงานนอกระบบในประเทศไทยมีประชากรอยู่ในวัยแรงงานทั้งสิ้น 50.4 ล้านคน
เป็นผู้มีงานทำ 37.8 ล้านคน พบว่าเป็นแรงงานนอกระบบ 24.1 ล้านคน หรือร้อยละ 63.7 และเป็นแรงงานในระบบ 13.7 ล้านคน หรือร้อยละ 36.3 โดยแนวโน้มของผู้มีงานทำที่อยู่ในแรงงานนอกระบบเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากปี 2548 มีจำนวนแรงงานนอกระบบ 22.5 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 62.1 ล้านคนและเพิ่มขึ้นในปี 2551 เป็นจำนวน 1.6 ล้านคน
ในจำนวนนี้เป็นผู้รับงานมาทำที่บ้าน 549,803 คน เมื่อจำแนกเป็นครัวเรือนพบว่ามีครัวเรือนที่รับงานมาที่บ้านจำนวนทั้งสิ้น 348,964 ครัวเรือน โดยมีสัดส่วนแรงงานนอกระบบมากที่สุดอาศัยอยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รองลงไปคือภาคกลาง และภาคเหนือตามลำดับ แยกตามเพศพบว่าเพศหญิงมากกว่าเพศชาย จากผลการศึกษายังพบว่าแรงงานส่วนใหญ่จบการศึกษาระดับต่ำกว่าประถมศึกษา หรือ ไม่มีการศึกษาร้อยละ 46.2 (10.74 ล้านคน) รองลงมาเป็นระดับประถมศึกษา ร้อยละ 25.6 (5.93 ล้านคน) เมื่อการศึกษาต่ำมีผลต่อโอกาสในการเลือกงาน ต้องจำยอมทำงานนอกระบบด้วยความเสี่ยง โดยพบอัตราการบาดเจ็บหรืออุบัติเหตุจากการทำงานมี แนวโน้มเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 14.5 ใน พ.ศ. 2548 เป็นร้อยละ 15.7 ใน พ.ศ. 2550 หรือ กล่าวได้ว่าเพิ่มผู้บาดเจ็บจาก 2.9 ล้านคน เป็น 3.7 ล้านคน ในช่วงเวลาเดียวกัน กล่าวอีกนัยหนึ่งมีผู้ได้รับบาดเจ็บเพิ่มจากวันละ 7,945 คน ต่อวัน ใน พ.ศ. 2548 เป็น 10,136 คนต่อวัน ใน พ.ศ. 2550 โดยแบ่งเป็นอันตรายเกิดการบาดเจ็บจากวัตถุมีคม 1.8 ล้านคน หรือ ร้อยละ 15 รองลงมาเป็นการพลัดหกล้ม ร้อยละ 15 อุบัติเหตุจากการชนหรือกระแทกร้อยละ 6 และ อุบัติเหตุจากยานพาหนะร้อยละ 4 เมื่อคนกลุ่มนี้ได้รับบาดเจ็บ พบว่าร้อยละ 64.1 ไม่ได้รับการรักษา ร้อยละ 26.1 ซื้อยากินเอง และ มีร้อยละ 9.8 ที่เข้ารับการรักษาในสภาพที่บาดเจ็บมาก ในจำนวนผู้เข้ารับการรักษามีทั้งหมดร้อยละ 70.6 ที่ใช้บัตรประกันสุขภาพถ้วนหน้า ส่วนอีกร้อยละ 17.5 เสียเงินเอง และร้อยละ 11.9 ที่ใช้สิทธิอื่นๆ นอกจากนี้แรงงานกลุ่มนี้นี้ยังประสบปัญหาด้านสุขภาพเรื้อรังต่างๆ เช่น อาการปวดเรื้อรังทั่วร่างกาย ปวดกล้ามเนื้อ ปวดหลัง ปวดศีรษะ และพิษสะสมจากสารเคมีและศัตรูพืช (มติชน 2549, สำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ 2551)
แม้ว่าการรับงานมาทำที่บ้านจะช่วยเพิ่มการผลิตและเพิ่มรายได้ ทั้งในระดับครอบครัว ชุมชนจนถึงระดับประเทศ ตลอดจนช่วยลดปัญหาการอพยพ ย้ายถิ่นและการแออัดของประชากร แต่ขณะเดียวกันผู้รับงานมาทำที่บ้านเหล่านี้ กลับมีโอกาสเสี่ยงต่อสิ่งคุกคามทางสุขภาพและความไม่ปลอดภัยในการทำงานซึ่งเป็นสาเหตุของการเจ็บป่วย และความเสื่อมถอยทางสุขภาพไม่แตกต่างจากแรงงานในระบบ และมีการคาดการณ์ว่าน่าจะเป็นปัญหาที่รุนแรงมากกว่าแรงงานในระบบ เนื่องจากเป็นกลุ่มแรงงานที่ไม่ได้รับความคุ้มครองจากกฎหมายแรงงาน ไม่มีประกันสังคม ไม่ได้รับการดูแล ไม่มีความมั่นคงในการทำงาน มีชั่วโมงทำงานที่ยาวนานและไม่แน่นอน มักได้รายได้ตามจำนวนชิ้นงานที่ทำได้ หรือได้รับรายได้ต่ำกว่าอัตราค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำ ทำให้ต้องทำงานหนักเพิ่มขึ้นเพื่อเพิ่มผลผลิต และในช่วงที่งานเร่งด่วนแรงงานเหล่านี้ต้องทำงานเป็นเวลา ถึง 13-15 ชั่วโมง เพื่อส่งงานให้ทันตามกำหนด จากการทำงานที่ไม่มีการกำหนดเวลาที่แน่นอน ไม่มีขอบเขตที่ชัดเจน ทำให้ผู้รับงานมาทำที่บ้านไม่มีเวลาและละเลยต่อการปฏิบัติพฤติกรรมสุขภาพ เช่นขาดการออกกำลังกาย ระยะเวลาการทำงานที่ยาวนานเกินไป ทำให้พักผ่อนไม่เพียงพอ การที่ต้องนั่งทำงานหรืออยู่ในอิริยาบถเดียวเป็นเวลานาน ทำให้เกิดปัญหากับกระดูกสันหลังและกล้ามเนื้อ และโรคระบบทางเดินปัสสาวะ การรับประทานอาหารไม่เป็นเวลา ทำให้มีโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดโรคต่าง ๆ เช่น โรคกระเพาะอาหาร โรคความดันโลหิตสูง เป็นผลเสียต่อสภาวะร่างกายและอารมณ์มีผลกระทบถึงความสัมพันธ์และความอบอุ่นของครอบครัว
เอกสารอ้างอิง
- เกษราวัลณ์ นิลวรางกูรและคณะ(2547) . การพัฒนาศักยภาพการดูแลตนเองของแรงงานสตรีนอก ระบบงานทอผ้าพื้นบ้านในระยะที่ 1 .รายงานการวิจัย.สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
- เกษราวัลณ์ นิลวรางกูรและคณะ(2550) . การพัฒนาศักยภาพการดูแลตนเองของแรงงานสตรีนอก ระบบงานทอผ้าพื้นบ้านในระยะที่ 2 .รายงานการวิจัย.สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
- กาญจนา นาถะพินธุ และคณะ .(2545). การศึกษาและพัฒนารูปแบบการเรียนรู้และการแก้ปัญหาด้าน อาชีวอนามัยและความปลอดภัยในการทำงานอุตสาหกรรมในครัวเรือนภาคะวันออกเฉียงเหนือ.รายงานการวิจัย.สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
- ขนิษฐา ช้อยเพ็ง.(2550). ผลของโปรแกรมฟื้นฟูสุขภาพหลังต่อพฤติกรรมเพื่อลดอาการปวดหลังส่วนล่าง ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อหลัง และระดับความเจ็บปวดหลังส่วนล่าง ในผู้รับงานมาทำที่บ้านกลุ่มอาชีพทำผ้าวน . วิทยานิพนธ์ปริญญาพยาบาลศาสตร์มหาบัณฑิต สาขาวิชาการพยาบาลอาชีวอนามัย บัณฑิตวิทยาลัยมหาวิทยาลัยบูรพา.
- เดชา ทำดี.(2550) . การประเมินผลกระทบทางสุขภาพและการสร้างเสริมสุขภาพสตรีผู้ประกอบอาชีพทอผ้าตีนจก. คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.
- ณัฐพงษ์ ฤทธิ์น้ำคำ.(2549). ปัญหาสุขภาพจากการทำงานและการดูแลสุขภาพจากกลุ่มอาชีพทอผ้าไหม อำเภอบ้านเขว้า จังหวัดชัยภูมิ. วิทยานิพนธ์ปริญญาสาธารณสุขศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาอนามัยสิ่งแวดล้อม บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยขอนแก่น.
- เบ็ญจา จิรภัทรพิมล และคณะ. (2544). สภาพการทำงานนอกระบบกับปัญหาสุขภาพ : กรณีศึกษาการทำงานอยู่กับบ้าน. กรุงเทพฯ.
- ประดิษฐ์ ชาสมบัติ.(2542). การศึกษาหารูปแบบการพัฒนากลุ่มผู้รับงานไปทำที่บ้าน. กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ไทยเกษม.
- วิชัย เอกพลการ. (2542). ประมวลองค์ความรู้เกี่ยวกับสถานการณ์การวินิจฉัยโรคจากการทำงาน. สำนักกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
- เสาวนิจ นิจอนันต์ชัย .(2546). โครงการประเมินผลแผนการพัฒนาคุณภาพชีวิตแรงงานนอกระบบ . กรุงเทพฯ . สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ .
- สถาบันความปลอดภัยในการทำงาน.(2542). รายงานการศึกษาและพัฒนาความปลอดภัยในสถานประกอบการขนาดเล็กและการรับงานไปทำที่บ้าน. กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์บริษัทรำไทย .
- สำนักงานสถิติแห่งชาติ. (2548). รายงานการสำรวจการรับงานมาทำที่บ้าน . กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์บริษัท พี. เอ. ลิฟวิ่ง จำกัด.
- สถาบันความปลอดภัยในการทำงาน.(2542). รายงานการศึกษาและพัฒนาความปลอดภัยในสถานประกอบการขนาดเล็กและการรับงานไปทำที่บ้าน. กรุงเทพมหานคร :โรงพิมพ์บริษัทรำไทย .
- สำนักงานสถิติแห่งชาติ. (2548). รายงานการสำรวจการรับงานมาทำที่บ้าน.กรุงเทพฯ :โรงพิมพ์ บริษัท พี.เอ.ลิฟวิ่ง จำกัด.
- สุรินธร กลัมพากร. (2545). บทบาทของพยาบาลต่อการดูแลสุขภาพของแรงงานนอกระบบ:กลุ่มผู้รับงานไปทำที่บ้าน. วารสารคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา. 10 (3) 42-50.
- สุสัณหา ยิ้มแย้ม, ชฤทธิ์ มีสิทธิ์, นงเยาว์ อุดมวงศ์ และระกาวิน ลีชนะวานิชพันธ์. (2543). การประมวลองค์ความรู้เกี่ยวกับแรงงานนอกระบบ.สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข . กรุงเทพฯ.
- สุนทรี เซ่งกิ่ง. (2547) แนวทางการดำเนินงานส่งเสริมความปลอดภัยและอาชีวอนามัย. เอกสารประกอบการสัมมนาระดับชาติเรื่องแนวทางในการปรับปรุงความปลอดภัยและอาชีวอนามัยในกลุ่มผู้รับงานไปทำที่บ้าน. วันที่ 23-24 พฤศจิกายน 2547. กรุงเทพมหานคร : โรงแรม เอส ดี อเวนิว.
- ศูนย์การศึกษาและพัฒนาผู้รับงานไปทำที่บ้าน.(2542). การรวมกลุ่มผู้รับงานไปทำที่บ้าน: กรณีศึกษากลุ่มตัดเย็บเสื้อผ้าสำเร็จรูป. กรุงเทพฯ : มูลนิธิฟรีดริคเอเบิร์ต.
- เอื้อเอ็นดู เริงประเสริฐวิทย์. (2547). การสร้างพลังอำนาจของผู้รับงานไปทำที่บ้าน: กรณีศึกษาผู้นำกลุ่มผู้หญิงที่รับงานไปทำที่บ้านในเขตลาดกระบัง. วิทยานิพนธ์ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต(สตรีศึกษา) สำนักบัณฑิตอาสา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
- อธิษฐาน ชินสุวรรณ. 2552. เอกสารประกอบคำบรรยาย เรื่อง แนวคิดและหลักการในการปฏิบัติการพยาบาลขั้นสูง. Amara Pongsapich. Nitaya Kataleeradaphan, Preeda Sirisawat and Ratana Jarubenja.(1989).Women Workers in Thailand. Bangkok. Chulalongkorn University.
เรื่อง : คุณกฤษณา นาสูงชน พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ กลุ่มงานอาชีวเวชกรรม โรงพยาบาลสกลนคร
นิตยสาร Medical Link ฉบับ 021

| < ย้อนกลับ | ถัดไป > |
|---|










