You are here: Home Magazine Medical Upgrade หมอเล่าเราเขียน บทบาทพยาบาลเวชปฏิบัติครอบครัวขั้นสูง ฯ (ตอนที่ 4 )

MEEDEE.NET

บทบาทพยาบาลเวชปฏิบัติครอบครัวขั้นสูง ฯ (ตอนที่ 4 )

(7 votes)
แรงงานนอกระบบ

ข้อเสนอการคุ้มครองสุขภาพ ความปลอดภัยของผู้รับงานมาทำที่บ้าน

แม้ว่าแรงงานนอกระบบหลายประเภทจะไม่มีนายจ้างหรือผู้ว่าจ้างที่ชัดเจน แต่สำหรับผู้รับงานมาทำที่บ้าน และเกษตรกรพันธสัญญาแตกต่างจากแรงงานนอกระบบประเภทอื่น ๆ เนื่องจากมีนายจ้างหรือคู่สัญญาที่ชัดเจน โดยเฉพาะในกรณีของผู้รับงานมาทำที่บ้าน กฎกระทรวงว่าด้วยการคุ้มครองแรงงานที่รับงานมาทำที่บ้าน พ.ศ. 2542 ได้ระบุความเป็นนายจ้างและลูกจ้างของผู้ว่าจ้างและผู้รับงานมาทำที่บ้านอย่างชัดเจน ดังนั้นในการพิจารณาระบบการคุ้มครองสุขภาพความปลอดภัยและระบบประกันสังคมสำหรับผู้รับงานมาทำที่บ้าน จึงจำเป็นต้องมีการสร้างเงื่อนไขให้นายจ้างของผู้รับงานได้เข้ามามีส่วนร่วมในการจัดทำระบบสวัสดิการดังกล่าว

การคุ้มครองสุขภาพ ความปลอดภัยของผู้รับงานมาทำที่บ้านมีหลักการเช่นเดียวกับการคุ้มครองแรงงานประเภทอื่น ๆ ทั้งแรงงานในระบบและนอกระบบกล่าวคือ ควรมีความครอบคลุมทั้งการป้องกันปัญหา การมีระบบสวัสดิการรองรับเมื่อเกิดปัญหา และการสร้างอำนาจการต่อรองเพื่อการมีส่วนร่วมในกระบวนการจัดทำนโยบายเพื่อคุ้มครองสุขภาพความปลอดภัยของผู้รับงานมาทำที่บ้าน โดยมีข้อเสนอดังนี้

  1. การป้องกันปัญหา เนื่องจากผู้รับงานมาทำที่บ้านยังคงมีวิถีชีวิตเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนที่ตนเองอยู่อาศัย ดังนั้นองค์กรของรัฐในชุมชนควรมีส่วนรับผิดชอบ ในการป้องกันปัญหาสุขภาพความปลอดภัยของผู้รับงานมาทำที่บ้าน ไม่ว่าจะเป็นสถานีอนามัยและหน่วยบริการสาธารณสุขระดับปฐมภูมิและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งควรจะมีการจัดทำฐานข้อมูลกลุ่มอาชีพ ปัญหาความเจ็บป่วยและการให้บริการแก่ผู้รับงานฯ ในพื้นที่ชุมชน ซึ่งมีผู้รับงานฯ อยู่อย่างหนาแน่นรัฐควรกำหนดเป็นนโยบายให้มีการจัดตั้งคณะกรรมการที่ประกอบด้วยผู้แทนของผู้รับงานฯ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานด้านสาธารณสุขและหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อทำหน้าที่ตรวจตราความปลอดภัยของบ้านที่ใช้เป็นสถานที่ทำงาน และให้คำแนะนำในเรื่องการระวังรักษาสุขภาพให้ปลอดภัยจากอันตรายที่อาจเกิดจากการทำงาน
  2. การแยกกองทุนสวัสดิการในกรณีเจ็บป่วยจากการทำงาน และนอกงานควรปฏิบัติเช่นเดียว กับแรงงานในระบบ ในกรณีเจ็บป่วยจากการทำงาน นายจ้างต้องเป็นผู้จ่ายเงินสมทบกองทุนทั้งหมด เช่นเดียวกับกองทุนเงินทดแทน ส่วนกรณีเจ็บป่วยนอกงานให้ใช้สวัสดิการจากกองทุนประกันสังคมของแรงงานนอกระบบที่จะจัดตั้งขึ้นมา
  3. การจัดตั้งสถาบันส่งเสริมความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2536 เป็นต้นมาขบวนการสหภาพแรงงานได้มีการรณรงค์ให้รัฐบาลจัดตั้งสถาบันดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง แต่ในอดีตได้จำกัดบทบาทของสถาบันอยู่เฉพาะการคุ้มครองดูแลลูกจ้างในสถานประกอบ ต่อมาเมื่อแรงงานนอกระบบมีความสำคัญมากขึ้น การรณรงค์ของขบวนการแรงงาน จึงได้มีการขยายบทบาทของสถาบันฯ ให้ครอบคลุมการดูแลแรงงานนอกระบบด้วย ดังนั้น หากมีการจัดตั้งสถาบันดังกล่าวได้สำเร็จก็จะสามารถเป็นองค์กรที่ดูแลสุขภาพ และความปลอดภัยในการทำงานของแรงงานได้อย่างครบวงจรทั้งในด้านการป้องกันปัญหา การจัดการทางการแพทย์ในการวินิจฉัยโรคที่เกิดจากการทำงาน การจ่ายเงินทดแทน และการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ที่ประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยจากการทำงาน ซึ่งในการบริหารงานสถาบันฯ ควรต้องมีผู้แทนของแรงงานนอกระบบร่วมอยู่ด้วย

บทบาทของพยาบาลเวชปฏิบัติครอบครัวขั้นสูงในการดูแลสุขภาพของผู้รับงานมาทำที่บ้าน

ถึงแม้ว่าปัญหาสุขภาพที่พบในผู้รับงานมาทำที่บ้าน จะไม่ก่อให้เกิดอันตรายถึงขั้นต้องเสียชีวิตทันทีก็ตาม แต่การที่กลุ่มบุคคลที่มีอาชีพนี้ มุ่งเร่งทำงานเพื่อสร้างรายได้ จนทำให้ละเลยและขาดการดูแลสุขภาพของตนเอง ย่อมส่งผลต่อภาวะสุขภาพในอนาคตได้ ดังนั้นการส่งเสริมให้ประชากรกลุ่มแรงงานที่รับงานมาทำที่บ้าน เห็นความสำคัญของการดูแลสุขภาพ ส่งผลต่อภาวะสุขภาพที่ดีของทุกคนในชุมชนจึงมีความสำคัญยิ่ง พยาบาลเวชปฏิบัติครอบครัวขั้นสูง มีบทบาทในการส่งเสริมสุขภาพ การป้องกันโรค การดูแลแก่บุคคล ครอบครัว และชุมชนที่มีปัญหาสุขภาพหรือมีความเสี่ยงต่อการเกิดปัญหาสุขภาพที่สำคัญของพื้นที่ หรือของประเทศ รวมทั้งการรักษาโรคเบื้องต้น ซึ่งต้องอาศัยความรู้ ความชำนาญและทักษะการพยาบาลขั้นสูง ; โดยใช้ระบบการจัดการรายบุคคล กลุ่มบุคคล ครอบครัว และชุมชน รวมทั้งการจัดการให้มีระบบการดูแลในชุมชนที่มีประสิทธิภาพการให้เหตุผลและตัดสินใจเชิงจริยธรรม โดยบูรณาการหลักฐานเชิงประจักษ์ ผลการวิจัย ความรู้ ทฤษฎีการพยาบาลและทฤษฎีอื่นๆ ที่เป็นปัจจุบัน มุ่งเน้นผลลัพธ์ทั้งระยะสั้นและระยะยาว พัฒนานวัตกรรมและระบบการดูแลบุคคล ครอบครัว และชุมชนอย่างต่อเนื่อง เป็นที่ปรึกษาให้กับผู้ร่วมงานในการพัฒนาความรู้และทักษะงานเชิงวิชาชีพตลอดจนควบคุมคุณภาพ และจัดการผลลัพธ์โดยใช้กระบวนการวิจัยเชิงประเมิน ผลในการดูแลบุคคล ครอบครัว และชุมชน โดยพยาบาลเวชปฏิบัติครอบครัวขั้นสูงจะต้องประยุกต์แนวคิดทฤษฎีในการดูแลสุขภาพของผู้รับงานมาทำที่บ้านดังนี้

  1. กรอบแนวคิดโครงสร้างหน้าที่ ซึ่งใช้ศึกษาโครงสร้างหน้าที่ของครอบครัวที่มีผู้รับงานมาทำที่บ้าน รวมทั้งองค์ประกอบสำคัญที่มีผลต่อโครงสร้างของครอบครัว ระบบค่านิยม กระบวนการสื่อสาร และโครงสร้างอำนาจของครอบครัว หน้าที่ครอบครัวด้านความรักเอาใจใส่การอบรมเลี้ยงดู การผลิตสมาชิกใหม่ การเผชิญปัญหา การจัดหาทรัพยากรและสิ่งจำเป็นพื้นฐานสำหรับสมาชิกในครอบครัว กรอบแนวคิดปฏิสัมพันธ์ภายใน ใช้ในการประเมินความสัมพันธ์และความต้องการของสมาชิกในครอบครัว
  2. กรอบแนวคิดทฤษฎีระบบครอบครัว เพื่อใช้ในการวิเคราะห์ระบบครอบครัวที่เกี่ยวข้องทั้งภายในและสิ่งแวดล้อม ชุมชน สังคมและระบบอื่น
  3. กรอบแนวคิดพัฒนาการครอบครัว เป็นแนวทางประเมินระยะพัฒนาการตามวัยของบุคคลและครอบครัว เพื่อช่วยประเมิน วินิจฉัย จำแนกประเภทครอบครัวได้ถูกต้องเหมาะสม
  4. ทฤษฎีความผูกพัน ใช้วิเคราะห์ความผูกพัน ความสัมพันธ์ของสมาชิก
  5. ทฤษฎีครอบครัววิกฤติ ใช้ในการวิเคราะห์ปัจจัยที่ก่อให้เกิดความเครียดของครอบครัว ของผู้รับงานมาทำที่บ้าน รูปแบบการเผชิญปัญหาและการปรับตัวของสมาชิกครอบครัวเมื่อเกิดความเครียด และความเสี่ยงของครอบครัวอันจะนำมาซึ่งภาวะวิกฤติของครอบครัว

เรื่อง : คุณกฤษณา นาสูงชน พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ กลุ่มงานอาชีวเวชกรรม โรงพยาบาลสกลนคร

เอกสารอ้างอิง

  • เกษราวัลณ์ ; นิลวรางกูรและคณะ(2547) . การพัฒนาศักยภาพการดูแลตนเองของแรงงานสตรีนอก ระบบงานทอผ้าพื้นบ้านในระยะที่ 1 และ ระยะที่ 2 รายงานการวิจัย.สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
  • กาญจนา นาถะพินธุ และคณะ .(2545). การศึกษาและพัฒนารูปแบบการเรียนรู้และการแก้ปัญหาด้าน อาชีวอนามัยและความปลอดภัยในการทำงานอุตสาหกรรมในครัวเรือนภาคะวันออกเฉียงเหนือ.รายงานการวิจัย.สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
  • เบ็ญจา จิรภัทรพิมล และคณะ. (2544). สภาพการทำงานนอกระบบกับปัญหาสุขภาพ : กรณีศึกษาการทำงานอยู่กับบ้าน. กรุงเทพฯ.
  • ประดิษฐ์ ชาสมบัติ.(2542). การศึกษาหารูปแบบการพัฒนากลุ่มผู้รับงานไปทำที่บ้าน. กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ไทยเกษม.
  • เสาวนิจ นิจอนันต์ชัย .(2546). โครงการประเมินผลแผนการพัฒนาคุณภาพชีวิตแรงงานนอกระบบ . กรุงเทพฯ . สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ .
  • สถาบันความปลอดภัยในการทำงาน.(2542). รายงานการศึกษาและพัฒนาความปลอดภัยในสถาน ประกอบการขนาดเล็กและการรับงานไปทำที่บ้าน. กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์บริษัทรำไทย .
  • สถาบันความปลอดภัยในการทำงาน.(2542). รายงานการศึกษาและพัฒนาความปลอดภัยใน สถานประกอบการขนาดเล็กและการรับงานไปทำที่บ้าน. กรุงเทพมหานคร :โรงพิมพ์บริษัทรำไทย .
  • สำนักงานสถิติแห่งชาติ. (2548). รายงานการสำรวจการรับงานมาทำที่บ้าน.กรุงเทพฯ :โรงพิมพ์ บริษัท พี.เอ.ลิฟวิ่ง จำกัด.
  • สุรินธร กลัมพากร. (2545). บทบาทของพยาบาลต่อการดูแลสุขภาพของแรงงานนอกระบบ: กลุ่มผู้รับงานไปทำที่บ้าน. วารสารคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา. 10 (3) 42-50.
  • อธิษฐาน ชินสุวรรณ. 2552. เอกสารประกอบคำบรรยาย เรื่อง แนวคิดและหลักการในการปฏิบัติการ พยาบาลขั้นสูง.
  • Amara Pongsapich. Nitaya Kataleeradaphan, Preeda Sirisawat and Ratana Jarubenja.(1989). Women Workers in Thailand. Bangkok. Chulalongkorn University.
นิตยสาร Medical Link ฉบับ 024
Comments (0)Add Comment
Write comment
 
  smaller | bigger
 

busy
 
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา

Meedee Social

TwitterFollow Us on Twitter
http://twitter.com/imeedee

FacebookBecome Fans of Meedee
http://www.facebook.com/

LinkedinLink Us in Linkedin
http://www.linkedin.com/

Meedee Contact

Meedee Upgrade Co., Ltd.

19,21 Soi Phetkasem 86, Phetkasem Road, North Bangkhae, Bangkhae, Bangkok 10160

  • Tel. 0 2805 6000
  • contact@meedee.net