โรคเริมหรือเฮอร์ปีส์ คืออะไร
เริมคือโรคติดเชื้อไวรัสชนิดเฮอร์เป็นโรคหนึ่งซึ่งจัดเข้าอยู่ในกลุ่มโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ไวรัสนี้ทำให้เกิดการติดเชื้อได้หลายระบบทั่วร่างกาย
เช่น ตาเยื่อบุช่องปาก ริมฝีปาก ผิวหนังระบบประสาทและสมอง รวมทั้งบริเวณอวัยวะเพศ โดยเชื้อไวรัสนี้จะเข้าสู่ร่างกายได้โดยการสัมผัสทางเยื่อบุหรือทางผิวหนังที่ถลอกหรือเป็นแผล บริเวณที่พบอาการติดเชื้อเริมมากที่สุดคือ ริมฝีปาก รองลงมาคือบริเวณอวัยวะเพศคนส่วนใหญ่ประมาณ 80-90 % จะเคยได้รับเชื้อไวรัสเริมเข้าสู่ร่างกายแล้ว แต่อาจไม่ได้แสดงอาการของโรค เมื่อเกิดอาการติดเชื้อครั้งแรกแล้วมักจะเกิดซ้ำอีก เป็น ๆ หาย ๆ อยู่เรื่อยไปลักษณะของโรคเริม
เมื่อเชื้อไวรัสเข้าสู่ร่างกายประมาณ 6-8 วัน จะทำให้ผิวบริเวณนั้นเกิดตุ่มน้ำพองใสเป็นกลุ่ม ๆ กลุ่มละ2-10 เม็ด ซึ่งเป็นช่วงที่สามารถติดต่อไปสู่ผู้อื่นได้ผู้ป่วยจะมีอาการคันหรือแสบร้อนรอบ ๆ ตุ่มใสนี้ ซึ่งต่อมาจะแตกออกเป็นแผลตื้น ๆ หลายแผลติดกัน
เริมอวัยวะเพศ
โรคเริมอวัยวะเพศนี้ มีอัตราการติดต่อสูง ซึ่งโดยมากมักจะเกิดจากการมีเพศสัมพันธ์กับผู้ที่เป็นโรคนี้อยู่ การใช้ถุงยางอนามัยก็ไม่สามารถป้องกันได้ทีเดียว
อาการของเริมอวัยวะเพศ
มักจะเป็นรุนแรงในช่วงการติดเชื้อครั้งแรกโดยเริ่มปรากฎขึ้นประมาณ 2-3 วัน ถึง 3 อาทิตย์ หลังจากได้รับเชื้อคือ มีอาการปวดแสบปวดร้อน ระคายเคืองบริเวณที่จะเกิดตุ่มแผล และ อาจมีอาการ ปวดศรีษะ เป็นไข้ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ นำมาก่อน เมื่อเวลาผ่านไปอีกประมาณ 10 วัน จะปรากฎมีตุ่มใส ๆ เกิดขึ้นและมีอาการเจ็บปวดมากโดยเฉพาะในผู้ป่วยหญิง อาการของโรคจะเกิดขึ้นนาน 3-6 อาทิตย์ หลังจากนั้นไวรัสอาจจะยังอาศัยและซ่อนตัว อยู่ในร่างกายอีกในสภาวะพักและทำให้เกิดเป็น ๆ หาย ๆ มาก หรือ น้อย แล้วแต่บุคคลเช่น เมื่อมีอารมณ์เครียด มีประจำเดือน หรือมีความกังวล เป็นต้น
ข้อปฏิบัติสำหรับคนใข้โรคเริมอวัยวะเพศ
- งดเพศสัมพันธ์หรือสัมผัส โดยตรงกับแผลจะกระทั่งแผลหายดีแล้ว พยายามละเว้นการแตะต้องกับบริเวณเพราะอาจจะแพร่ไปสู่ริเวณร่างการได้
- สวมชุดชั้นใน ชนิดฝ้าย และ เว้นการสวมเครื่องนุ่งห่ม หรือ กางเกงที่คับหรือยีนส์สตรีควรงดสวมกางเกงชนิดทำจากไนล่อนหรือลินิน
- สตรีที่เป็นเริมอวัยวะเพศโอกาสเสี่ยงสูง ต่อการเกิดมะเร็งปากมดลูก ดังนั้นจึงควรปรึกษาแพทย์ เพื่อการตรวจ PAP SMEAR 1-2 ครั้งทุกเดือน
- ทุกครั้งที่เปลี่ยนแพทย์ ให้เล่าประวัติการเกิดเริมของตนเองกันแพทย์ ที่ท่านไปหาใหม่
- สตรีที่ตั้งครรภ์ควรได้รับการตรวจเกี่ยวกับเริมเป็นพิเศษ โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงใกล้คลอด ถ้าสงสัยว่าจะเป็นโรคเริม ควรรีบปรึกษาแพทย์
การรักษา
จะใช้การทำแผล ขณะที่โรคยังมีอาการปวดแสบปวดร้อนอยู่ การใช้ยา Acyclovir จะช่วยลดอาการได้แต่ไม่หายขาด เมื่อร่างกายอ่อนแอก็จะเป็นใหม่ได้ ข้อเสียคือราคาแพงครับ
ข้อมูล : http://www.thaiclinic.com/herpes.html
| < ย้อนกลับ | ถัดไป > |
|---|
แต่มีข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องนี้มั้ยคะ "โรคท-5330;.