อาการถ่ายเป็นเลือดในผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ จะมีสาเหตุแตกต่างกับอาการที่เกิดขึ้นในเด็ก ในที่นี้จึงเน้นเฉพาะที่เกิดในผู้ใหญ่และผู้สูงอายุเท่านั้น ทุกครั้งที่เราถ่าย ให้คอยสังเกตเวลาเราใช้กระดาษชำระเช็ด หรือใช้น้ำล้างว่ามีสีผิดปรกติหรือไม่ และลักษณะอุจจาระที่ติดมากับกระดาษเป็นอย่างไร สีที่ผิดปรกติ เช่น สีดำ สีแดง สีเหมือนน้ำหมาก หรือเป็นเลือดสด ๆหยดติ๋ง ๆ ลักษณะอุจจาระมีมูกปนมาด้วยหรือไม่ และเมื่อสังเกตพบสิ่งผิดปรกติ ให้เหลือบไปมองที่โถถ่ายว่ามีสีและลักษณะอุจจาระเป็นอย่างไร อย่าเพิ่งรีบร้อนชักโครกหรือราดน้ำลงไป
สีดำที่ปนมา กับอุจจาระอาจเกิดจากการรับประทานอาหารที่มีธาตุเหล็กมาก เช่น ตับหมู ตับไก่ หรือกินวิตามินธาตุเหล็ก นอกจากนี้อาจเกิดจาก เลือดออกในกระเพาะอาหารหรือลำไส้เล็กส่วนต้น จากสาเหตุเป็นแผลในกระเพาะอาหารหรือที่รู้จักกันดีว่าเป็น “โรคกระเพาะ” ซึ่งสาเหตุของโรคนี้ อาจเกี่ยวกับความเครียด การสูบบุหรี่ การดื่มสุรา น้ำชา กาแฟ และในคนที่มีอาการปวดเรื้อรัง ต้องกินยาคลายกล้ามเนื้อหรือยาแก้ปวดข้อปวดเข่าเป็นประจำ ในกรณีที่เลือดออกจากแผลกระเพาะอาหารไม่มาก เลือดที่ออกมาจะทำปฏิกิริยากับกรดเกลือ(กรดไฮโดรคลอริก)ในกระเพาะอาหารเปลี่ยนเป็นสีดำ เมื่อขับถ่ายออกมาจึงมีสีดำที่เรียกว่า “ถ่ายดำ” (Melina) เราสามารถแยกได้ว่าอาการถ่ายดำเป็นเพราะเลือดออกจากแผลในกระเพาะหรือจากการกินวิตามินหรืออาหารที่มีธาตุเหล็ก โดยการเอาอุจจาระไปตรวจหาเลือดที่เรียกว่า occult blood ถ้าให้ผลเป็นบวกน่าจะเป็นเลือดออกจากแผลในกระเพาะอาหาร
ถ้าถ่ายเป็นเลือด ปนคลุกเป็นเนื้อเดียวกับอุจจาระ ให้คิดว่าน่าจะเป็นเลือดที่ออกมาจากลำไส้เล็ก หรือลำไส้ใหญ่ หรือแม้แต่ออกจากแผลในกระเพาะอาหาร ถ้ามีปริมาณเลือดออกมาก เลือดที่ปนออกมาจะค่อนข้างแดงหรือแดงสด โรคในลำไส้ใหญ่ และลำไส้เล็กที่เป็นสาเหตุของเลือดออก เช่น ติ่งเนื้อหรือก้อนเนื้อในลำไส้ ที่เรียกว่า “โพลิบ”(Polyp) รวมทั้งก้อนเนื้องอกชนิดเนื้องอกธรรมดา รวมทั้งเนื้องอกมะเร็ง Hemorrhoid
ถ้าเห็นเลือดสด ๆ หยดติ๋ง ๆ ออกมา เมื่อถ่ายเสร็จแล้วสักครู่เลือดก็หยุด ให้คิดว่าน่าจะออกจากบริเวณส่วนทวารหนักหรือลำไส้ใหญ่ส่วนล่างสุด สาเหตุส่วนใหญ่ได้แก่ ริดสีดวงทวาร ติ่งเนื้อ polyp ที่ลำไส้ใหญ่ส่วนล่าง (Rectal polyp) รวมทั้งมะเร็งของลำใหญ่ใหญ่หรือทวารหนัก โดยทั่วไปจะมีเลือดสด ๆ อย่างเดียว ไม่มีอาการปวด ถ้ามีอาการปวดอาจนึกถึง แผลฉีกขาดที่บริเวณปากทวาร(anal fissure) จากการถ่ายลำบากหรือท้องผูก, ริดสีดวงทวารที่อยู่ในระยะบวมอักเสบ(Prolapsed edematous hemorrhoid) หรือริดสีดวงอักเสบมากจากเลือดคั่งในหัวริดสีดวง(Thromboses hemorrhoid) ซึ่งนอกจากปวดที่ปากทวารมากแล้วยังนั่งทับไม่ได้, มะเร็งของลำไส้ใหญ่ส่วนล่างหรือทวารหนักในระยะที่เกิดการอุดตันของรูทวารหรือช่องทวาร
ลักษณะอุจจาระที่มีมูกปน (คล้ายมูกเวลาที่มีน้ำมูกเหนียว ๆ ข้น หรือใส เวลาที่เป็นหวัด) ถือว่าเป็นสิ่งผิดปรกติ มักมีสาเหตุจากก้อนเนื้องอก หรือติ่งเนื้อชนิดธรรมดา รวมทั้งชนิดเนื้อร้ายหรือมะเร็ง
สุขนิสัยการขับถ่ายก็เป็นสิ่งสำคัญ หลายคนอาจมีปัญหาท้องผูก บางคน 5-7 วัน ถ่ายครั้ง หรือในทางตรงข้าม บางคนถ่ายเหลว ๆ วันละ 4-5 รอบ ไม่เหมือนกับท้องเสีย โดยเฉพาะภาวะเครียด ตื่นเต้น ใกล้วันสอบ จะเข้าห้องสอบ ถ้าเกิดขึ้นเป็นครั้งคราว อาจไม่ถือเป็นสิ่งผิดปกติได้ แต่ถ้าเกิดบ่อย ๆ ก็น่าจะพบแพทย์ขอคำปรึกษา อย่างไรก็ตาม สุขนิสัยการขับถ่ายที่ถือว่าผิดปกติอย่างชัดเจนได้แก่ อาการท้องผูกสลับกับท้องเสีย อาจเป็นอาการที่ชักนำเราให้ไปพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุ และที่สุดอาจพบสาเหตุของการเป็น เนื้องอกหรือมะเร็งลำไส้
จะเห็นได้ว่าการหมั่นสังเกตลักษณะการขับถ่ายของตนเองมีความสำคัญ ทำให้เราไปพบแพทย์ตรวจแต่เนิ่น ๆ การตรวจในขั้นต้น เช่น เก็บอุจจาระส่งตรวจดูว่ามีเลือดปนมาหรือไม่ (ตรวจหา occult blood) หรือการตรวจทางทวารโดยใช้นิ้วมือ(Per Rectal examination หรือเรียกย่อ ๆ ว่า PR)และใช้กล้องส่องตรวจทางทวาร (Proctoscope หรือ Anoscope) จะสามารถตรวจหาสาเหตุได้ไม่น้อยกว่า 85% ของโรคที่กล่าวมาแล้ว จะเห็นว่าการตรวจตามที่กล่าวมานี้ ทำได้ง่าย ๆ รู้ผลทันทีหรือไม่เกิน 15 นาที ตรวจแบบคนไข้นอก(คนไข้โอพีดี) ได้ ไม่เจ็บ ที่สำคัญคือไม่ควรอายที่จะให้แพทย์ตรวจทางทวาร
ในบางครั้งจำเป็นต้องมีการตรวจพิเศษ เช่น การส่องกล้องตรวจในกระเพาะอาหารที่เรียกว่า Gastroscope หรือส่องกล้องตรวจดูในลำไส้ใหญ่ส่วนล่าง (Sigmoidoscope) หรือส่องกล้องตรวจดูลำไส้ใหญ่ทั้งหมด(Colonoscope) รวมทั้งการทำเอกซเรย์โดยใช้แป้งทึบแสงดูในกระเพาะอาหารและลำไส้เล็กส่วนต้น(Upper GI barium study) หรือสวนเข้าไปในลำไส้ใหญ่(Barium enema) รวมทั้งการทำเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ชนิดละเอียด(Multislice CT-abdomen) รวมทั้งเทคโนโลยีใหม่ ๆ เช่น การกลืนแคปซูลที่มีรูปร่างคล้ายยาเม็ดแคปซูลแก้อักเสบที่เราคุ้นเคย เมื่อแคปซูลเคลื่อนตัวผ่านทางเดินอาหารตั้งแต่หลอดอาหารลงไปถึงลำไส้ใหญ่ จะมีการบันทึกภาพไว้ ซึ่งเมื่อเอาแคปซูลนี้ใส่ในเครื่องอ่าน จะอ่านข้อมูลเข้าในคอมพิวเตอร์ สร้างเป็นภาพให้เห็นสิ่งผิดปรกติได้ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้จะช่วยให้แพทย์สามารถตรวจพบสาเหตุของการถ่ายเป็นเลือดและให้การรักษาอย่างถูกต้องได้แต่เนิ่น ๆ
ในด้านการรักษา ขึ้นกับสาเหตุที่เป็น เช่น เลือดออกจากแผลในกระเพาะ ก็ให้หลีกเลี่ยงสาเหตุเช่น เลิกดื่มเหล้า สูบบุหรี่ ลดภาวะเครียด รวมทั้งการใช้ยารักษา มีน้อยรายที่ต้องผ่าตัด ถ้าเป็นโรคในลำไส้ หรือส่วนของทางเดินอาหารที่จำเป็นต้องผ่าตัดออก เทคนิคการผ่าตัดด้วยกล้องส่องผ่านทางหน้าท้อง (Laparoscope) หรือที่เราคุ้นเคยกับคำว่า “เจาะรูส่องกล้องผ่าตัด” ช่วยให้คนไข้ไม่ปวดแผลหลังผ่าตัด ฟื้นตัวเร็ว และกลับบ้านได้ภายใน 2-3 วัน หรือถ้าเป็นโรคริดสีดวงทวาร เทคนิคใหม่ที่ใช้เครื่อง “ตัดเย็บริดสีดวงทวารในช่องทวาร” ที่เรียกว่า ผ่าตัดริดสีดวงโดยใช้ Stapler หรือเรียกชื่อย่อว่า PPH (Procedure for Prolapse and Hemorrhoid) ดังรูป-1 ก็ช่วยให้คนไข้ไม่ปวดแผลหลังผ่าตัด ไม่ต้องดูแลแผล(เพราะไม่มีแผลภายนอก, รอยตัดเย็บอยู่ภายในช่องทวาร จึงไม่เกิดอาการปวด) สามารถขับถ่ายเป็นปรกติได้ตั้งแต่วันแรกที่ผ่าตัดเลย ไม่ต้องกลัวว่าจะมีปัญหาช่องทวารตีบหรือกลั้นอุจจาระไม่อยู่ เทคนิคการผ่าตัดใหม่ ๆ นี้ มีใช้ที่โรงพยาบาลหลาย ๆ แห่ง หรือจะปรึกษามาที่แผนกศัลยกรรม โรงพยาบาลเจ้าพระยา ซึ่งมีประสบการณ์และความชำนาญในการผ่าตัดด้วย laparoscope และ PPH ดังกล่าวข้างต้น
จะเห็นได้ว่าการหมั่นสังเกตตัวเองในเรื่องการขับถ่าย.....เหลือบมองสักนิดก่อนที่จะชักโครกลงไป.... จะช่วยให้เราห่างไกลโรคต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นริดสีดวงทวาร รวมทั้งมะเร็งร้าย หรือถ้าต้องเผชิญกับมัน ก็เป็นระยะเริ่มแรกที่รักษาหาย

พึ่งจะถ่ายเป็นเลือดวันนี้ไม่เคยมีอาการปวดท้องมาก่อนเลยเป็นเพราะอะไรได้บ้างเป็นคนถ่ายประจำแต่ว่าบ้างครั้งที่มีอากการปวดหลังมักจะทานยาคลายเส้นแก้ปวดเป็นเพราะสาเหตุนี้หรือเปล่ากินข้าวไม่ค่อยตรงเวลาด้วยคือว่าเข้าเย็นก็ไม่ได้ทานมาเป็นเวลา3เดือนเห็นว่าจะได้แล้วก็ชอบกินเป็บซี่ด้วยแต่ก็ไม่ค่อยบ่อยหรอกนะค่ะ
ผมก็เหมือนกันครับ....2-3 เดือนก่อน มีอาการบ้างเหมือนริสสีดวง แต่ไม่มีเลือดเวลาถ่ายหนัก ช่วง1 อาทิตย์ที่ผ่นมา ผมก็ถ่ายหนักเป็นเลือดบ่อยมากครับ ไม่มีอาการปวดท้อง หรือปวดแบบริสสีดวงมากๆ เลย ปวดเหมือนคนเราปวดท้องหนักทั่วไป แต่มีเลือดไหลออกมามาก ชนิดที่ว่าหยดติดต่อกันเป็นสายนำเลย ลักษณะของเลือดนั้น เป็นสีแดงเข้มสด เหมือนเลือดที่ออกจากบาดแผลเลยครับ ไม่ดำหรือมีเหมือกเลย และลักษณะที่ออกมาก็ไม่ได้ปนเป็นเนื้อเดียวกับของเสียนะ เหมือนติดออกมาเฉยๆ และเลือดก็จะไหลตามออกมาสดๆ ทางทวารหนักทั้งที่อุจจาระก็ออกมาหมดแล้ว เมื่อถ่ายเสร็จก็ไม่มีอาการปวดใดๆเลยครับ / ในส่วนสีของอุจจาระนั้นก็เป็นปกติ ออกเหลืองๆ ครับ ไม่แข็งเหมือนท้องผูกนะครับ.....น่ากลัวจริงๆ เรียนผู้รู้ช่วยแนะนำด้วยครับ ท่านอาจเป็นผู้ช่วยชีวิตผมไว้ได้ทันท่วงที่....
เพิ่งถ่านแบบมีเลือดสดสดออกมาเมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2552 นีเองสดสดร้อนๆ
ไม่มีอาการปวดท้องใดใดทั้งสิ้น แต่อาการที่แปลกๆที่เกิดขึ้นก็คือ ท้องป่องๆ บวมๆเหมือนกินอิ่มมากตลอดเวลา ขนาดไม่ได้กินอะไรตอนเช้าๆยังรู้สึกเหมือนอิ่มมาก ท้องเต็ม
ใจคอไม่ดีเหมือนกันเพราะไม่เคยเป็นมาก่อน
การถ่ายก็ยังถ่ายได้แต่เหมือนไม่หมดต้องออกแรงบ่อยครั้ง
กลัวว่าจะเป็นมากกว่าริดสีดวง เพราะทานของปิ้ง ย่างบ่อย แต่ตอนนี้ไม่สะดวกไปหาหมอ เพราะติดเรียน ติดสอบ หากไปก็ต้องนอนพักโรงพยาบาลทั้งวัน
ถ่ายเป็นเลือดเหมือนกันค่ะ แต่เคยไปหาหมอ คุณหมอบอกว่า
ไม่ได้เป็นริดสีดวง เป็นหูรูดทวารหนังแข็ง แต่ตอนนี้ยังถ่ายเป็นเลือดสดๆ อยู่ ไม่ทราบว่าเป็นเพราะอะไร เนื่องจากช่วง 2-3 วันท้องจะผูกก็มีเลือดไหล
แต่หลังจากหายท้องผูกแล้วก็ยังมีเลือดไหลอยู่ สงสัยต้องรีบหาหมอด่วนค่ะ
อาการถ่ายเป็นเลือดถ้าอ่านตามด้านบนก็เกือบจะข้อมูลครบแล้ว..เพราะข้อมูลที่เหลือคงต้องมาจากการคุยกับแพทย์..แบ่งเอาง่ายๆตามลักษณะการถ่ายถ้าเลือดปนมากับการถ่ายเป็นเนื้อเดียวกันม้กจะมาจากตั้งแต่ กลุ่มกระเพาะ อาหารลง ไปจนถึง ลําไส้ใหญ่ ซึ่งก้จะอันตรายกว่าแน่นอน โดยเฉพาะถ้าประกอบด้วยสัญญาณอันตราย คือ เป็นผู้สูงอายุ มีนํ้าหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ มีอาการท้องผูกสลับท้องเสีย เหล่านี้อาจเป็นสัญญาณเบื้องต้นของมะเร็งร้ายก็ได้ นอกนั้นถ้าเป็รเลือดหยดตามถ่ายมักเป็นริดสีดวง หรือ ก้นเป็นแผลแยกจากอุจจาระบาด (anal fissure) ซึ่งไม่เป็นอันตรายแต่เจ็บ อย่างไรก็ดีควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยคับ 
เป็นคนอึยากเป็นบางครั้ง พอเบ่งมาก ๆ ก็มีเลือดปนมาด้วยตกใจมาก แต่พอถามเพื่อน ๆ ก็บอกว่าเป็นเหมือนกันเลยไม่ได้คิดอะไร
อยู่มาวันหนึ่งอึยากอีกแล้ว พออึเสร็จมีเลือดไหลออกมาตรงขาด้วย เป้นหลายครั้งอยู่เหมือนกัน ในหนึ่งเดือน จะมีทั้งอาการท้องเสีย และท้องผูก วินิจฉะยด้วยนะคะ กลัวมาก แต่คนในครอบครัวก็เป็นกันหมดเกี่ยวกับกรรมพันธ์หรือเปล่าคะ
วันนี้รู้สึกปวดท้องเหมือนท้องจะเสียแต่พอไปถ่ายก็ปกติท้องไม่เสียแต่มีอาการแสบตรงรูทวารและมีเลือดแดงหยดออกมาจากทวาร และไม่เคยท้องผูกเลยนานๆจึงจะท้องผูกสักครั้ง เป็นไปได้รึไม่ว่าจะเกิดจากการทานเผ็ดมาก เพราะปกติผมเป็นคนทานเผ็ดมากๆและแทบจะทุกมื้อที่ทานเผ็ด จึงอยากทราบสาเหตุ ครับ
เมื่อวานถ่ายตอนเช้าไปแล้ว แต่ก้อยังเหมือนอยากจะถ่าย แต่ถ่ายไม่ออก
สาย ๆ ไปนั่งถ่ายคิดว่าก่อนหน้าน่าจะเป็นอาหารที่แข็ง ถ้ามันออกไปได้น่าจะสบาย แต่กลับมีเลือดออกมาเต็มเลย แต่ไม่ค่อยเจ็บก้นเท่าไหร่
ปวดท้องเหมือนปวดท้องน้อย ก่อนถ่าย ท้องผูกบ่อย ทั้งพยายามทานผักผลไม้เป็นประจำแล้ว
หาหมอที่ไหนดี อยู่ ระยอง ค่ะ แนะนำให้ด้วยค่ะ
สวัสดีค่ะ
ขออนุญาติ copy ข้อความอันเดียวกับพี่ผู้ชายคนนี่นะค่ะ พอดี อาการ คล้าย ๆๆ กัน เลยค่ะ ช่วยแนะนำนิดหนึ่งค่ะว่า ต้องทำอย่าไร ขอบคุณค่ะ มากเลยค่ะ
***ผมก็เหมือนกันครับ....2-3 เดือนก่อน มีอาการบ้างเหมือนริสสีดวง แต่ไม่มีเลือดเวลาถ่ายหนัก ช่วง1 อาทิตย์ที่ผ่นมา ผมก็ถ่ายหนักเป็นเลือดบ่อยมากครับ ไม่มีอาการปวดท้อง หรือปวดแบบริสสีดวงมากๆ เลย ปวดเหมือนคนเราปวดท้องหนักทั่วไป แต่มีเลือดไหลออกมามาก ชนิดที่ว่าหยดติดต่อกันเป็นสายนำเลย ลักษณะของเลือดนั้น เป็นสีแดงเข้มสด เหมือนเลือดที่ออกจากบาดแผลเลยครับ ไม่ดำหรือมีเหมือกเลย และลักษณะที่ออกมาก็ไม่ได้ปนเป็นเนื้อเดียวกับของเสียนะ เหมือนติดออกมาเฉยๆ และเลือดก็จะไหลตามออกมาสดๆ ทางทวารหนักทั้งที่อุจจาระก็ออกมาหมดแล้ว เมื่อถ่ายเสร็จก็ไม่มีอาการปวดใดๆเลยครับ / ในส่วนสีของอุจจาระนั้นก็เป็นปกติ ออกเหลืองๆ ครับ ไม่แข็งเหมือนท้องผูกนะครับ.....น่ากลัวจริงๆ เรียนผู้รู้ช่วยแนะนำด้วยครับ ท่านอาจเป็นผู้ช่วยชีวิตผมไว้ได้ทันท่วงที่.... ***
อายุ 33 แล้วค่ะ แต่งงานมีบุตร 2 คนแล้วค่ะ แต่ก้อสงสัยว่าน่าจะเป็นริสสีดวงนะค่ะ เพราะมีติ่ง ด้วยนะค่ะ กลัวไปหาหมอ แล้วจำผ่านะสิ ค่ะ เพราะเคยมีที่ บริษัท สามี เค้าเป็นแบบนี่ แล้วคุณหมอ ก้อจำผ่าเลยค่ะ เค้าบอกนั่งไม่ได้เลยค่ะ เราเลย กลัวนิดหน่อยนะค่ะ แต่ ถ้า ผ่า ก้อมีศิษย์ที่จะเป็นอีกนะค่ะ รบกวนนิดหนึ่งค่ะ ช่วยตอบคำถามด้วยค่ะ ขอบคุณมาก ๆๆ เลยค่ะ
อายุ 53 ปี เคยผ่าตัดเนื้องอกในรังไข่ตอนเป็นนักศึกษา และทางโรงพยาบาลได้ฉีดยาคุมเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเป็นซ้ำอีกเป็นเวลานาน 6 เดือนขึ้นไป หลังจากนั้นรอบเดือนมาบ้างไม่มาบ้างสลับกันไปตลอด จนกระทั่งอายุได้ 33 - ถึงปัจจุบัน ไม่มีรอบเดือนมาเลย แต่ร่างกายปกติ มีบ้างปวดเข่า ปวดศรีษะ แต่ไม่ค่อยรุนแรง และไม่ค่อยทานยาแผนปัจจุบันและแผนโบราณ ส่วนในเรื่องของอาหารจะรับประทานอาหารที่เป็นประโยชน์ เนื้อสัตว์ไม่ค่อยทาน นอกจากเนื้อปลา หรือผัก ผลไม้ และเต้าหู้ ส่วนของหวานทานบ้างไม่ประจำ ตอนนี้กังวลมาก เพราะไม่เคยได้รับการถ่ายเลือดหรือมีการไหลเวียนเลือดออกจากร่างกาย เริ่มวิตก กลัวจะเป็นอะไร อยากขอคำแนะนำ /ขอบคุณมากค่ะ
ผมอายุ25ปีครับเคยมีอาการถ่ายแล้วมีเลือดออกมาด้วยแต่ตอนนี้มีอาการปวดท้องมากจนต้องอาเจียนออกมาไปหาหมอที่คลีนิกหมอก็บอกว่าเป็นลำไส้อักเสบทานยาไปก็หายดีแต่ อีก 1 อาทิตย์ก็เป็นอีกคราวนี้ไปหาหมอที่คลีนิกอีกแห่งหมอบอกว่าเป็นกรดไหลย้อนหลังจากนั้นผมก็มีอาการท้องผูกสลับกับท้องเสียเป็นติดต่อกันมา 2 อาทิตย์แล้วและเมื่อวานก็ท้องเสียและมีเลือดปนมากับอุจจาระด้วย แต่ผมเองเป็นคนถ่ายไม่ค่อยทุกวันอยู่แล้ว2-3วันถ่ายครั้งบางครั้งก็ถ่ายทุกวันสลับกันไป อย่างนี้ผมต้องรีบไปหาหมอไหมครับช่วยตอบทีเพราะผมเองยังไม่อยากเป็นอะไรไปตอนนี้เพราะผมยังมีแม่ที่ต้องดูแลอีกหนึ่งคนอยู่อย่างไงขอผู้รู้ช่วยตอบผมทีนะครับ
| < ย้อนกลับ | ถัดไป > |
|---|










