คุณพ่อยุคใหม่ รู้ดีว่าการเลี้ยงลูกไม่ใช่เรื่องของคุณแม่ฝ่ายเดียว แต่เป็นเรื่องที่คุณพ่อก็มีส่วนร่วมในการดูแลลูกทุกช่วงพัฒนาการของการเติบ โตได้ด้วย ซึ่งคุณพ่อก็ทำได้ดีไม่แพ้คุณแม่ โดยเฉพาะกิจวัตรประจำวันของลูกค่ะ
โอบอุ้ม ...ปลอบใจเจ้าตัวน้อย
อ้อมกอดแรกของพ่อถึงจะยังดูเก้ ๆ กัง ๆ กล้า ๆ กลัว ๆ แต่เมื่อได้สัมผัสลูกแล้ว ความรักความผูกพันระหว่างกันจะเพิ่มขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ เป็นประสบการณ์สุดประทับใจ ลูกจะรู้สึกได้ถึงไออุ่นจากการสัมผัสของคุณพ่อ แล้วอ้อมกอดก็เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับลูกวัยเบบี๋ซะด้วย
วิธีทำ
การอุ้มลูกจากท่านอนหงาย ทำได้โดยสอดมือคุณพ่อข้างหนึ่ง ไว้ใต้หลังส่วนล่างและก้นของลูก สอดมืออีกข้างที่ใต้คอและศีรษะ ยกลูกขึ้นจากที่นอน โดยมือประคองศีรษะและคอลูกไม่ให้หงายหลัง ค่อย ๆ ย้ายลูกมาไว้ในช่วงพับข้อศอกของพ่อ แล้วโอบลูกไว้ในอ้อมแขน
อาบน้ำ...ลูกสะอาดกาย สบายตัว
ครั้งแรกที่คุณพ่ออาบน้ำให้ลูกย่อมรู้สึกตื่นเต้น เป็นธรรมดา จะจับ จะอุ้ม จะกอด ก็ไม่ค่อยถนัดมือ ลองเป็นผู้ช่วยคุณแม่ไปก่อนก็ได้ ถ้าไม่มั่นใจเก็บข้อมูลขั้นตอนการอาบไปก่อน พอลูกโตขึ้นมาหน่อยค่อยอาบน้ำจะได้ง่ายขึ้น พร้อมชวนลูกสนุกกับการเล่นน้ำ เช่น ใช้มือใช้เท้าตีน้ำ ซึ่งนอกจากจะช่วยฝึกทักษะการใช้กล้ามเนื้อแล้ว ลูกยังสนุก มีความสุขอีกด้วย
วิธีทำ
อุ้มลูกนอนบนผ้ายาง ชุบฟองน้ำลูบทั่วตัว ใช้สบู่เหลวถูให้ทั่วร่างกาย แล้วค่อยอุ้มลูกให้แขนคุณพ่อรองใต้ไหล่ ศีรษะลูก จากนั้นจับใต้รักแร้ อุ้มลูกลงอ่าง ล้างสบู่ออก แล้วค่อยเปลี่ยนให้ลำตัวลูกด้านหน้ามาอยู่บนแขนพ่ออีกข้าง ล้างสบู่ด้านหลังออก แล้วอุ้มขึ้นจากอ่าง โดยจับตัวให้แน่น ๆ นะคะ แล้วซับตัวให้แห้ง
ป้อนอาหาร...มาหม่ำหม่ำกัน
ช่วงมื้อหม่ำ ๆ เป็นกิจวัตรที่คุณพ่อมีส่วนช่วยป้อนอาหารให้ลูกแทนคุณแม่ได้ อาหารเสริมเริ่มแรกที่ป้อนให้ลูกมีความสำคัญต่อการเติบโตที่ดี ช่วยให้ลูกเรียนรู้รสชาติ ลักษณะ ขนาด สีสันที่ต่างกัน เพื่อฝึกให้ลูกมีทักษะพัฒนาการเกี่ยวกับการกินอาหารเพิ่มขึ้นด้วยค่ะ
วิธีทำ
คำแรกของลูกควรตักให้ทีละน้อย เริ่มเพียงครึ่งช้อนชาก็พอค่ะ ค่อย ๆ ป้อนคำน้อย ๆ ให้ลูก และเพื่อดึงดูดใจให้ลูกมีสมาธิหม่ำ ควรเลือกที่ที่ไม่มีคนพลุกพล่าน ไม่มีเสียงดัง แล้วที่สำคัญ คุณพ่อสร้างบรรยากาศที่ดี ร่าเริงแจ่มใส ไม่เครียด ใช้ความใจเย็น อย่าใจร้อน รีบร้อนป้อนจนเกินไป เพราะลูกอาจต่อต้านไม่อยากกินได้
แปลงกายเป็นเครื่องเล่นสนุก
การแปลงกายเป็นของเล่น เป็นเรื่องที่คุณพ่อถนัดอยู่แล้วใช่ไหมคะ คุณพ่อกับเรื่องเล่นจึงเป็นเรื่องเด่นที่คุณพ่อทำได้ดีกว่าแม่ เพราะคุณพ่อมีมุขขำ ๆ ทำหน้าตาท่าทางแปลก ๆ ได้ดี หรือทำท่าบินกลางอากาศ จั๊กจี้ที่พุง ก็มักเรียกเสียงหัวเราะจากลูกได้ดี แถมยิ่งลูกน้อยได้เล่นสนุก ได้ใกล้ชิดคุณพ่อมากเท่าใด ลูกก็จะมีการซึมซับพฤติกรรมของคุณพ่อ และความรักที่มีต่อลูกเป็นประสบการณ์ที่ลูกจะเก็บไว้ในความทรงจำที่แสนงาม ตลอดไป
วิธีเล่น
เมื่อลูกเริ่มนั่ง คลาน ยืน หัดเดิน ลูกจะกลายเป็นนักยิมนาสติกน้อยที่ชอบปีนป่าย มาแปลงกายลูกเป็นเครื่องร่อน ออกกำลังกับคุณพ่อ โดยปูเบาะนุ่มรองรับ จับลูกขึ้นมานอนคว่ำหน้าบนเข่าที่คู้ขึ้นมาทั้งสองข้างของคุณพ่อ จับแขนลูกกางออกแล้วส่ายขาคุณพ่อไปมาทั้งสองข้าง แล้วทำเสียง ทำสีหน้าสนุก ๆ เล่นกับลูก
ล้างขวดนม อิ่มสะอาด มั่นใจ
ถึงงานบ้านอย่างการล้างขวดนมจะเป็นงานถนัดของคุณแม่ แต่คุณพ่อก็สามารถทำได้ คุณพ่อจะได้รู้จักของใช้ลูกได้ทุกซอกทุกมุม โดยเฉพาะเรื่องการทำความสะอาดของขวดนม จุกนม ที่ลูกต้องเข้าปาก ซึ่งจะต้องดูแลล้างสะอาดให้ปราศจากเชื้อโรค ลูกจะได้ไม่ท้องเสีย หรือเจ็บป่วยด้วยค่ะ
วิธีทำ
ล้างด้านในขวดนมด้วยแปรงล้างขวด เพื่อให้คราบนมหลุดออก ล้างคอขวด และขวดเกลียว โดยใช้น้ำยาล้างขวดนมล้างอุปกรณ์ทุกชิ้นซ้ำอีก โดยล้างผ่านน้ำที่เปิดไหล แล้วใช้เข็มสะอาดแยงรูจุกนมยางทำความสะอาด แล้วนำไปนึ่งอีกครั้งก่อนใช้ จะได้แน่ใจว่าขวดนม อุปกรณ์ชงนมผ่านการฆ่าเชื้อโรค จนสะอาดแล้วจริง ๆ
เปลี่ยนผ้าอ้อม...ลูกแห้งสบายตัว
เมื่อเห็นว่าผ้าอ้อมลูกเปียกชื้น ต้องรีบเปลี่ยนให้ลูกสบายตัวทันที เพื่อป้องกันอาการผดผื่นคัน ช่วงวัยเบบี๋จะเปลี่ยนง่ายหน่อย เพราะลูกยังอยู่นิ่ง ไม่เคลื่อนไหวมาก แต่ถ้าลูกเริ่มพลิกคว่ำ คลานคล่องจะไม่ยอม อยู่นิ่ง ๆ อย่างเคย ต้องหลอกล่อให้ลูกอยู่นิ่ง ๆ โดยชวนลูกเล่น หรือหาของเล่นให้ลูกคว้าจับพร้อมเปลี่ยนผ้าอ้อมไปด้วย
วิธีทำ
จับเท้าลูกยกขึ้นแล้วดึงผ้าอ้อมออก ใช้สำลีชุบน้ำเช็ดคราบสกปรก ใช้สำลีก้อนใหม่เช็ดเจ้าหนูหรือน้องหนู ถ้าเป็นลูกสาวให้เช็ดจากด้านหน้าไปด้านหลัง ป้องกันเชื้อโรคจากคราบอุจจาระเข้าสู่น้องหนู ถ้าเป็นลูกชายให้เช็ดเพียงด้านนอก อย่าเปิดปลายออกมาเช็ดนะคะ ใช้สำลีก้อนใหม่ชุบน้ำเช็ดสบู่ออกให้สะอาดหมดจด แล้วใช้ผ้าซับก้น ขาหนีบ และต้นขาให้แห้งเท่านั้นเอง
จูงสองมือลูกไปเดินเล่น
เมื่อลูกยังอยู่ในวัยเบบี๋ คุณพ่อสามารถอุ้มลูกไปเดินเล่นนอกบ้าน หรือสนามหญ้าหน้าบ้าน พร้อมชี้ชวนให้ลูกชมนกชมไม้ ดูโน่นดูนี่ แล้วแนะนำชื่อสิ่งต่าง ๆ ให้ลูกรู้จัก เมื่อลูกโตขึ้นอีกนิด พอจะเดินได้บ้าง ให้จูงมือลูกเดินเล่นไปบนหญ้า ซึ่งคุณพ่อตรวจตราดีแล้วว่าปลอดภัยนะคะ เพื่อช่วยฝึกทักษะประสาทสัมผัสให้ลูกเรียนรู้ได้ดี
ฝึกลูกเดิน
คุกเข่านั่งข้างหน้าลูกเล็กน้อย จับมือลูกให้ก้าวมาหา หรือหาเก้าอี้ กล่องใส่ของหนักพอควรให้ลูกดัน ให้ลูกหัดเดินเท้าเปล่า เพื่อช่วยทรงตัวได้ดี รวมทั้งจัดสิ่งแวดล้อมหน้าบ้าน สนามหญ้า รวมทั้งในบ้านให้โล่ง พร้อมเก็บเครื่องใช้ในบ้านให้เรียบร้อย เพื่อป้องกันขณะลูกหัดเดินแล้วล้มลงไปชนด้วยนะคะ
อ่านหนังสือก่อนนอน...กล่อมฝันนิทรา
ลูกจะนอนหลับฝันดี ต้องมีความรู้สึกอบอุ่นในใจ มีความทรงจำดี ๆ ก่อนนอนค่ะ ซึ่งคุณพ่อก็สามารถทำช่วงเวลานี้ ให้เป็นเวลาที่ผ่อนคลายได้ดีไม่แพ้คุณแม่ ถึงลูกจะยังเล็กยังฟังไม่รู้ภาษากับเรื่องที่เล่า แต่ลูกก็ชอบฟังเสียงคุณพ่อ ถึงลูกจะคุ้นกับหน้าแม่ เสียงเพราะ ๆ ของแม่ แต่เสียงร้องเพลงที่พ่อร้องกล่อมก่อนนอน หรือนิทานแต่งเองที่พ่อเล่าให้ฟัง ล้วนเป็นเสียงที่มีจังหวะและท่วงทำนอง ที่เรียกความสนใจชวนให้ลูกฟังอยู่ไม่น้อย เมื่อลูกได้ฟังบ่อย ๆ สมองลูกก็ได้เรียนรู้มากขึ้น แล้วก็มีความจำที่เพิ่มขึ้นด้วย
เคล็ด (ไม่) ลับ เรื่องเลี้ยงลูก กับคุณพ่อยุคใหม่
มีความสุขกับลูก ขอกระซิบคุณพ่อว่า ลูก คือความสุข คือทุกสิ่งทุกอย่าง ดังนั้นมาดูแลลูก เล่นกับลูก จากการวิจัยพบว่าลูกที่มีพ่อเลี้ยงดู จะทำให้ลูกมีความสุข แล้วคุณพ่อก็ไม่เครียด รับมือกับการทำงานได้ดี
หาความรู้เพิ่มเติม จากการพบปะพูดคุย แลกเปลี่ยนความรู้เรื่องการเลี้ยงลูก การส่งเสริมพัฒนาการเด็กกับเพื่อน ๆ จากการซักถามคำถาม ขอคำแนะนำเรื่องสุขภาพจากกุมารแพทย์ หรือผู้ที่มีประสบการณ์เลี้ยงลูก
เป็นตัวอย่างที่ดี ตั้งแต่ครั้งแรกที่คุณพ่อได้พบหน้าลูก ลูกจะค่อย ๆ ซึมซับแบบอย่างที่ดีของพ่อไว้ในใจ ถ้าพ่อเป็นแฟมิลี่แมน รักครอบครัว ลูกชายก็จะเลียนแบบเป็นพ่อที่ดี ส่วนลูกสาวก็จะเลือกคู่ชีวิตที่ดีอย่างพ่อ
แสดงความรัก อย่าเขินที่จะแสดงความรักตั้งแต่วัยเบบี๋ เช่น กอดลูก หอมแก้ม อุ้ม พูดคุย เล่น หยอกล้อ ร้องเพลง อ่านหนังสือให้ลูกฟัง สนใจคำถามของลูก สนใจลูก ซึ่งจะช่วยสร้างความรู้สึกที่ดีให้ลูกมั่นใจได้
สื่อสารจริงใจ พ่อเป็นตัวอย่างของการสื่อสาร พูดจา และปฏิสัมพันธ์ในบ้านตั้งแต่วัยเบบี๋ เมื่อโตขึ้นจะทำให้ลูกกล้าที่จะพูด สื่อสารกับผู้อื่นได้ดี ลูกสามารถใช้ชีวิตอยู่ในสังคมร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุขด้วย
ใช้เวลาร่วมกัน ถึงคุณพ่อจะทำ งานหนัก แต่ก็จัดสรรเวลาคุณภาพให้ลูก โดยทำปฏิทินตารางเวลาให้ได้อยู่ด้วยกัน เช่น เข้ามาทักทาย เล่นจ๊ะเอ๋กับลูก หม่ำข้าวด้วยกัน สบตา พูดคุยกับลูก หรืออ่านนิทานให้ลูกฟัง
ข้อมูล : http://www.motherandcare.in.th/index.php?mode=content&id_run=2&mian=9&id=609

| < ย้อนกลับ | ถัดไป > |
|---|












